ลิ้งค์เชื่อมต่อ

'รมว.ต่างประเทศไทย' ร่วมประชุมนัดพิเศษที่กรุงวอชิงตัน ย้ำจุดยืนสันติวิธีแก้ปัญหาคาบสมุทรเกาหลี

  • Pinitkarn Tulachom

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ดอน ปรมัตถ์วินัย เดินทางเยือนกรุงวอชิงตันเพื่อร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน–สหรัฐฯสมัยพิเศษที่กรุงวอชิงตัน

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กับวีโอเอ ภาคภาษาไทย ในโอกาสเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน เพื่อเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน – สหรัฐฯ สมัยพิเศษ (Special ASEAN-U.S. Foreign Ministers’ Meeting) ระหว่างวันที่ 4-5 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการประชุมในกรณีพิเศษที่ไม่เคยมีการจัดขึ้นมาก่อน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้สหรัฐฯได้ให้ความสำคัญในสถานการณ์ในคาบสมทุรเกาหลีและทะเลจีนใต้ในการหารือร่วมกันกับกลุ่มประเทศอาเซียนครั้งนี้

'มีการพูดกันเป็นสำคัญเกี่ยวกับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคโดยมี 2 เรื่องที่่ได้รับความสนใจ ทั้งสองฝ่ายโดยเฉพาะฝ่ายสหรัฐฯ ให้ความสำคัญมากกับเรื่องของคาบสมุทรเกาหลีโดยถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ และมีความกังวลในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อพูดคุยกันก็ได้ความเข้าใจว่าต้องมีการพยายามหาทางออก และลดความตึงเครียด

..แต่การลดความตึงเครียดก็ต้องมีวิธีหลายด้านเช่นกัน ซึ่งทางเราเชื่อว่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดหากได้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นกันและมีมาตรการต่างๆเพื่อให้มีผลในทางปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหา แต่ถ้าไม่ได้ผล ก็คงต้องมาตรการอื่นๆที่ไม่ได้มีการใช้กำลังกัน ขอให้เบาใจได้ว่าการใช้กำลังไม่ใช่สิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ง่าย

ส่วนเรื่องทะเลจีนใต้ก็มีพัฒนาการเช่นกัน โดยเชื่อว่าอาเซียนมีความพยายามที่จะทำให้กรอบความร่วมมือ ที่เรียกว่า Code of Conduct (พื้นฐานสำหรับการเจรจาโดยถือเป็นระเบียบปฏิบัติทะเลจีนใต้)เกิดขึ้น และเชื่อว่าหากการหารือระหว่างจีนกับอาเซียนเป็นไปตามที่คาดหมายไว้ ปัญหาทะเลจีนใต้นั้นก็เชื่อว่าจะลดน้อยลงเช่นกัน' นายดอนให้สัมภาษณ์กับวีโอเอ ภาคภาษาไทย

U.S.Secretary of State Rex Tillerson and Thailand's Foreign Minister Don Pramudwinaiduring.
U.S.Secretary of State Rex Tillerson and Thailand's Foreign Minister Don Pramudwinaiduring.

นอกจากนี้ในส่วนของไทย ยังได้มีการหารือแบบทวิภาคีกับนาย 'เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯในฐานะมิตรประเทศของสหรัฐฯที่ยาวนานที่สุดในเอเชียกว่า 184 ปี รวมทั้งประเด็นด้านการค้าและเศรษฐกิจที่ไทยนั้นเป็น 1 ในรายชื่อ 16 ประเทศที่ผู้นำสหรัฐฯเคยออกมาระบุว่าได้เปรียบทุนการค้าจากสหรัฐฯ

'เราจะต้องมาช่วยกันดูว่า การได้ดุลย์ดังกล่าวนั้น มีเหตุมีผลและสามารถที่จะเป็นพื้นฐานการเพิ่มพูนการค้าต่อไปอย่างไร และจะต้องปรับให้เกิดความสมดุลกันขึ้นหรือไม่ เป็นต้น'

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย กล่าวถึง การโทรศัพท์ต่อสายตรงจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถึง พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทยว่าถือเป็นการเริ่มต้นมิติใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐฯ โดยเฉพาะการวิธีการทางการทูตที่มีการติดต่อกันในระดับผู้นำโดยตรง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

'ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนว่ามีระดับผู้นำ 2 ประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาโทรมาถึงผู้นำของไทย คือหัวหน้ารัฐบาล และเป็นครั้งแรกที่มาด้วยไมตรีจิตที่ดีเต็มเปี่ยม มีการชื่นชมในความเป็นผู้นำของหัวหน้ารัฐบาลไทยที่ช่วยทำให้บ้านเมืองก้าวหน้าในช่วงเวลา 2 ปีกว่าที่ผ่านมา และรับทราบว่าปัญหาต่างๆ ก็ยังพอมีแต่ก็มีช่องทางแก้ไข ขณะเดียวกันก็มีการกล่าวเชิญให้มาเยือน ก็ถือว่าเป็นนิมิตใหม่ ศักราชใหม่'

ในส่วนการตอบรับคำเชิญของผู้นำสหรัฐฯ ที่เชิญนายกรัฐมนตรีของไทยไปเยือนสหรัฐฯอย่างเป็นทางการนั้น กำลังอยู่ในระหว่างการหารือถึงช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยไทยได้พิจารณาตอบรับในเบื้องต้นในฐานะมิตรประเทศที่ได้รับคำเชิญด้วยไมตรีจิต

XS
SM
MD
LG