ลิ้งค์เชื่อมต่อ

อินโดนีเซียกำลังก้าวขึ้นเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ประเทศใหม่

  • Brian Padden
  • ทรงพจน์ สุภาผล

อินโดนีเซียกำลังก้าวขึ้นเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ประเทศใหม่

อินโดนีเซียกำลังก้าวขึ้นเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ประเทศใหม่

นักเศรษฐศาสตร์บางคนคาดการณ์ว่าอินโดนีเซียกำลังก้าวขึ้นเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ประเทศใหม่ในเอเชียต่อจากอินเดียและจีนด้วยอัตราการเติบโตมากกว่า 6% ต่อปี นอกจากนี้ตลาดหุ้นอินโดนีเซียยังเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นอันดับ 2 ในเอเชีย

การขยายตัวของภาคการผลิต ทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ การเจริญเติบโตของตลาดในประเทศ การมีภาคการเงินที่เข้มแข็งและการเมืองมีเสถียรภาพ คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้อินโดนีเซียมีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งมากที่สุดประเทศหนึ่งในปัจจุบัน คุณ Milan Zavadjil ผู้แทนกองทุนการเงินระหว่างประเทศประจำอินโดนีเซียกล่าวว่า ในสายตาของนักลงทุนทั่วโลก อินโดนีเซียเป็นรองแค่จีนและอินเดียในส่วนของการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติในภูมิภาคเอเชีย

ผู้แทน IMF ผู้นี้อ้างอิงรายงานสำรวจด้านการลงทุนชิ้นหนึ่งที่ระบุว่า อินโดนีเซียอยู่ในอันดับ 4 ของรายชื่อประเทศเศรษฐกิจกำลังเติบโตที่น่าลงทุนที่สุดในช่วงหลายปีข้างหน้า โดยเมื่อไม่นานนี้ ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย ADB คาดการณ์ว่า มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของอินโดนีเซียปีนี้จะเติบโต 6.1% และ 6.3% ในช่วงปีหน้า

คุณ Zavadjil ยังชี้ด้วยว่า เมื่อ 2 ปีที่แล้วภาคการเงินอินโดนีเซียยังไม่เชี่ยวชาญช่ำชองนัก จึงไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์การเงินอันสลับซับซ้อน และในขณะที่เศรษฐกิจการเงินทั่วโลกจมลงสู่ภาวะถดถอย เศรษฐกิจอินโดนีเซียจึงยังสามารถยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา อินโดนีเซียมีตัวเลขขาดดุลงบประมาณน้อย หนี้สินของรัฐบาลและผู้บริโภคไม่มากนัก มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับที่เหมาะสม ข้อกำหนดการกู้ยืมเงินไม่ยุ่งยากและมีสภาพคล่องสูง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย นาย Agus Martowardojo กล่าวว่าการใช้นโยบายการคลังแบบเข้มงวดด้วยการควบคุมระดับเงินเฟ้อ คือส่วนหนึ่งของมาตรการปกป้องนักลงทุน โดยสิ่งสำคัญซึ่งถือเป็นจุดแข็งของอินโดนีเซียคือการควบคุมงบประมาณไม่ให้ขาดดุลเกิน 1.7%

ในส่วนของสถานการณ์การเมืองนั้น การเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปีที่แล้วถือเป็นจุดเปลี่ยนไปสู่ยุคใหม่แห่งการเมืองที่มีเสถียรภาพในสายตานักลงทุน นอกจากนี้ความพยายามปฏิรูปเศรษฐกิจและจัดทำข้อตกลงเปิดเสรีการค้ากับจีนและประเทศอื่นๆในเอเชีย ได้ช่วยเพิ่มยอดการส่งออกสินค้าประเภทไม้ ถ่านหินและแร่เงินได้มาก ในขณะที่อุตสาหกรรมบางประเภทเช่นรองเท้า ได้มีการย้ายฐานการผลิตจากจีนมายังอินโดนีเซีย

อย่างไรก็ตาม องค์การด้านแรงงานบางกลุ่มไม่เห็นด้วยกับนโยบายเปิดเสรีการค้า โดยยกตัวอย่างอุตสาหกรรมเสื้อผ้าที่มีคนตกงานจำนวนมากเนื่องจากยังไม่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ คุณ Baso Rukmana ประธานสหภาพแรงงานแห่งชาติอินโดนีเซียกล่าวว่า โครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคของอินโดนีเซียยังคงล้าหลัง ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าโสหุ้ยต่างๆสูง

ปัญหาการคอรัปชั้นยังเป็นอีกส่วนหนึ่งที่หลายฝ่ายกังวลว่าอาจเป็นปัจจัยฉุดรั้งการเติบโตของอินโดนีเซีย แต่ทางผู้แทนของ IMF ระบุว่าประเทศอื่นในเอเชียต่างประสบปัญหานี้เช่นกัน ในขณะที่รัฐมนตรีการคลังอินโดนีเซียเชื่อว่า ด้วยการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานทั่วประเทศ และการใช้นโยบายควบคุมไม่ให้เศรษฐกิจเติบโตเร็วเกินไป อินโดนีเซียน่าจะมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูงกว่า 6% ต่อไปอีกหลายปี

เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG