ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ปัญหาการเก็บภาษีภาพยนต์นำเข้าในอินโดนีเซียทำให้รายได้เครือโรงภาพยนต์ลดลงแล้ว 60%

  • Sara Schonhardt
  • จำเริญ ตัณฑ์สมบุญ

ปัญหาการเก็บภาษีภาพยนต์นำเข้าในอินโดนีเซียทำให้รายได้เครือโรงภาพยนต์ลดลงแล้ว 60%

ปัญหาการเก็บภาษีภาพยนต์นำเข้าในอินโดนีเซียทำให้รายได้เครือโรงภาพยนต์ลดลงแล้ว 60%

ขณะนี้แฟนหนังในอินโดนีเซียพลาดโอกาสการชมภาพยนต์ต่างประเทศโดยเฉพาะจากฮอลลีวู๊ด หลังจากที่สมาคมผู้สร้างภาพยนต์ของอเมริกางดส่งหนังใหม่ๆ เข้าไปฉายในอินโดนีเซีย เพื่อประท้วงการที่รัฐบาลอินโดนีเซียเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมจากผู้นำเข้าภาพยนต์ ข้อขัดแย้งเรื่องนี้สืบเนื่องมาจากที่เมื่อเดือนมกราคม 2554 รัฐบาลอินโดนีเซียประกาศว่าจะเริ่มใช้กฏซึ่งมีมานานแล้วเพื่อเก็บภาษีค่าสิทธิการใช้ทรัพย์สิน หรือ royalty tax ล่วงหน้าสำหรับภาพยนต์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ นอกเหนือจากภาษีศุลกากรซึ่งขณะนี้เก็บในอัตรา 43 เซ็นต์หรือราว 13 บาทไทยต่อแผ่นฟิลม์แต่ละเมตรอยู่แล้ว และสมาคมผู้สร้างภาพยนต์ของอเมริการ้องเรียนว่าการเก็บภาษีล่วงหน้าโดยประเมินรายได้ของภาพยนต์ก่อนที่จะเข้าฉายนั้นไม่เป็นธรรม ขณะเดียวกันรัฐบาลอินโดนีเซียยังเรียกเก็บภาษีย้อนหลังสามปี จากผู้จัดจำหน่ายภาพยนต์รายใหญ่ของอินโดนีเซียสามบริษัทรวมเป็นเงินสามล้านหกแสนดอลล่าร์ หรือราว 108 ล้านบาทไทย ทั้งยังได้งดใบอนุญาตนำเข้าภาพยนต์จนกว่าจะมีการชำราะภาษีก้อนนี้เรียบร้อยด้วย ขณะนี้บริษัทผู้จัดจำหน่ายภาพยนต์รายใหญ่สองบริษัทของอินโดนีเซียกำลังสู้ความเรื่องนี้ในศาลอยู่

ขณะนี้ตลาดภาพยนต์ในอินโดนีเซียทำรายได้ประมาณปีละ 2,700 – 4,500 ล้านบาทไทย ซึ่งนับว่าใหญ่กว่าตลาดในประเทศไทยราวสองเท่า และคุณ Ananda Siregar ผู้บริหารของเครือโรงภาพยนต์ Blitz Megaplex ซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองของอินโดนีเซียชี้ว่า ข้อขัดแย้งดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ทำแผ่นซีดีเถื่อนหรือสิงคโปร์ เพราะชาวอินโดนีเซียที่มีฐานะดีจะสามารถบินไปดูหนังใหญ่ของต่างประเทศในสิงคโปร์แทน และเรื่องนี้ถ้ายิ่งยืดเยื้อออกไปก็จะเป็นผลเสีย เพราะได้ทำให้รายได้ของธุรกิจโรงภาพยนต์ลดลงแล้วถึง 60 % และโรงภาพยนต์อิสระขนาดเล็กบางแห่งอาจต้องปิดตัวลง แฟนหนังชาวอินโดนีเซียบางคนบอกว่าแม้การดาวน์โหลดหนังจากอินเตอร์เนทหรือการหาแผ่นดีวีดีเถื่อนมาดูจะทำได้ก็ตาม แต่รสชาดและบรรยากาศของการชมก็ไม่เหมือนกับในโรงภาพยนต์ คอหนังในอินโดนีเซียยังเกรงด้วยว่าช่วงสามเดือนระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมเป็นเวลาที่ฮอลลีวู๊ดนำหนังใหญ่ต่างๆ ออกฉายและพวกตนที่พลาดชม Kung Fu Panda ภาค 2 กับ Pirates of the Caribbean ตอนที่ 4 ไปแล้วอาจต้องพลาดชม Harry Potter and the Deathly Hallows ภาค 2 ซึ่งเป็นตอนสุดท้าย ซึ่งมีกำหนดออกฉายทั่วโลกกลางเดือนกรกฎาคมนี้ด้วย

เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG