ลิ้งค์เชื่อมต่อ

IMF ชี้อินเดียกำลังจะแซงหน้าจีนกลายเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดในโลก


แต่รัฐบาลอินเดียยังมีเรื่องต้องทำอีกมากเพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจไม่ให้ผันผวนตามแรงกระทบจากเศรษฐกิจโลก

กก.ผจก.ใหญ่ กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF นาง Christine Lagarde กล่าวระหว่างเดินทางเยือนอินเดียเป็นเวลา 2 วันเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า ขณะที่ประเทศส่วนใหญ่กำลังต่อสู้กับปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว เศรษฐกิจอินเดียกลับเติบโตอย่างรวดเร็วร้อนแรง กลายเป็นแสงสว่างท่ามกลางความอึมครึมของเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นผลมาจากการปฏิรูปนโยบายเศรษฐกิจ และการยกระดับความมั่นใจของภาคธุรกิจ

นาง Lagarde ชี้ว่า IMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจอินเดียจะเติบโตราว 7.2% ในปีนี้ และ 7.5% ในปีหน้า ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจโตเร็วที่สุดในโลก และสูงที่สุดในบรรดาประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่

กก.ผจก.ใหญ่ IMF ยังระบุด้วยว่าภายในอีก 4 ปีคือปี คศ.2019 เศรษฐกิจอินเดียจะมีขนาดใหญ่เป็น 2 เท่าจากปี คศ. 2009 และเมื่อปรับดัชนีต่างๆ แล้ว จะพบว่าเศรษฐกิจอินเดียอาจมีขนาดใหญ่กว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นและเยอรมนีรวมกัน

อย่างไรก็ตาม นาง Christine Lagarde เตือนว่า รัฐบาลอินเดียจำเป็นต้องผลักดันให้มีการปฏิรูปนโยบายเศรษฐกิจเพิ่มเติม เพื่อรักษาระดับการเจริญเติบโตในระยะยาว ซึ่งรวมถึงการปฏิรูปด้านภาษี การมีกฏหมายแรงงานที่ยืดหยุ่น และผ่อนคลายความยุ่งยากในการติดต่อหน่วยงานรัฐ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญของโครงการต่างๆ

บรรดานักเศรษฐศาสตร์อินเดียต่างเห็นด้วยกับข้อเสนอของนาง Lagarde หนึ่งในนั้นคือคุณ D.K Joshi นักเศรษฐศาสตร์ของสำนักจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงิน CRISIL ในนครมุมไบ ที่เชื่อว่านโยบายเศรษฐกิจที่ผ่านมาของรัฐบาลอินเดียคือปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ก็ยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมาก


คุณ Joshi เชื่อว่าหากไม่มีการปฏิรูปเศรษฐกิจเพิ่มเติม อินเดียจะไม่สามารถรักษาอัตราการเติบโตในระดับนี้ได้ หรือไม่อาจไปถึงระดับที่ต้องการคือ 9-10%

และระหว่างการเยือนอินเดียครั้งนี้ นาง Christine Lagarde ยังได้เตือนถึงผลกระทบจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯหรือ Fed ซึ่งอาจก่อให้เกิดความผันผวนในตลาดการเงินโลกเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งในครั้งนั้น ตลาดการเงินอินเดียผันผวนอย่างหนักเมื่อเงินทุนมหาศาลไหลออกนอกประเทศ หลังจากที่ Fed ส่งสัญญาณว่าจะค่อยๆ ลดมาตรการซื้อพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐฯ มูลค่าหลายพันล้านดอลล่าร์ต่อเดือน

ถึงกระนั้น คุณ D.K Joshi แห่งบริษัท CRISIL เชื่อว่าเวลานี้อินเดียน่าจะมีภูมิคุ้มกันต่อความผันผวนทางการเงินมากกว่าประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ นักเศรษฐศาสตร์อินเดียผู้นี้ชี้ว่า หาก Fed ขึ้นอัตราดอกเบี้ย จะมีเงินทุนไหลออกจากอินเดียและจะส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนเงินรูปี แต่เมื่อฝุ่นเริ่มจางลง ตนเชื่อว่ากระแสเงินทุนจะไหลกลับเข้ามาในอินเดียอีกครั้ง เนื่องจากอินเดียมีโครงสร้างเศรษฐกิจมหภาคที่แข็งแกร่ง จึงเชื่อได้ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจะเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น

สัปดาห์นี้ประธานคณะผู้ว่าการระบบธนาคารกลางสหรัฐ Janet Yellen ส่งสัญญาณว่าอาจมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงกลางปีนี้ แต่ต้องพิจารณาปัจจัยทางเศรษฐกิจอื่นๆ ด้วยว่าเหมาะสมหรือไม่

รายงานจากผู้สื่อข่าวประจำอินเดีย Anjana Pasricha / เรียบเรียงโดยทรงพจน์ สุภาผล

XS
SM
MD
LG