ลิ้งค์เชื่อมต่อ

อินเดียหาทางเพิ่มการส่งออกยาสามัญไปแอฟริกา


Nine-year-old Tumelo shows off antiretroviral (ARV) pills before taking his medication at Nkosi's Haven, south of Johannesburg, Nov. 28, 2014. Nkosi's Haven provides residential care for destitute HIV-positive mothers and their children, whether HIV-posit

Nine-year-old Tumelo shows off antiretroviral (ARV) pills before taking his medication at Nkosi's Haven, south of Johannesburg, Nov. 28, 2014. Nkosi's Haven provides residential care for destitute HIV-positive mothers and their children, whether HIV-posit

ผู้นำอินเดียได้หารือกับผู้นำของชาติแอฟริกากว่า 50 ชาติ เพื่อขยายอุตสาหกรรมการผลิตและส่งออกยาของอินเดียไปยังทวีปแอฟริกา

ประเทศกำลังพัฒนาในแอฟริกากำลังเผชิญกับปัญหาโรคติดต่อร้ายแรงหลายโรค ตั้งแต่โรคท้องร่วงรุนแรงไปจนถึงมาลาเรียและการติดเชื้อเอชไอวี

ยารักษาโรคและยาต้านไวรัสแบบสามัญแบบราคาถูกส่วนใหญ่นำเข้าไปยังแอฟริกาจากอินเดีย

อุตสาหกรรมผลิตยาสามัญของอินเดียซึ่งได้กลายเป็นชาติผู้ผลิตและส่งออกยาสามัญรายใหญ่ที่สุดของโลก อาจจะช่วยตอบสนองต่อความต้องการยาเพื่อรักษาโรคอื่นๆได้
ราคาค่ายาสามัญที่ผลิตในอินเดียต่ำกว่าราคายาต้นตำรับแบรนด์เนมหลายเท่าตัว การส่งออกยาสร้างรายได้แก่อินเดียถึงหนึ่งพันห้าร้อยล้านดอลล่าร์สหรัฐโดยประมาณ

แต่บรรดาผู้ตรวจสอบคุณภาพได้ตรวจพบโรงงานหลายแห่งที่ผลิตยาคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน อาจจะด้วยเหตุผลที่ว่าจะมีสารอันตรายต่อร่างกายเป็นส่วนประกอบหรืออาจจะไม่ได้ผลในการรักษา

คุณ Roger Bate นักเศรษฐศาสตร์สุขภาพแห่งสถาบัน American Enterprise Institute ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยที่ตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตันกล่าวว่า ยารักษามาลาเรียปลอมหลายตัวได้เข้าไปขายในแอฟริกาเเล้ว และเขากังวลว่าจะมียาปลอมเข้าไปในทวีปแอฟริกามากขึ้น

คุณ Bate กล่าวว่าอินเดียแยกตลาดผู้นำเข้ายาสามัญออกเป็นสองประะเภท โดยจะส่งออกยาสามัญที่ได้คุณภาพไปยังประเทศต่างๆ รวมทั้งสหรัฐฯ และส่งออกยารักษาโรคที่ไม่ผ่านการควบคุมคุณภาพไปขายยังประเทศยากจน โดยเฉพาะชาติต่างๆ ในแอฟริกา

ด้านคุณ Gaurvika Nayyar ผู้ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพระดับโลกกล่าวยืนยันว่า มีการส่งออกยารักษาโรคด้อยคุณภาพและยาปลอมไปยังบรรดาประเทศที่ยากจนกว่า คุณ Nayyar กล่าวว่าตนเองได้ไปเยื่ยมโรงงานผลิตยาปลอมบางแห่ง แต่ชี้ว่าการรู้ว่าปัญหาคืออะไรกับการหาทางแก้ปัญหาเป็นคนละประเด็นกัน

คุณ Nayyar กล่าวว่ามีเด็กกินยารักษาโรคปลอมและเสียชีวิต ปัญหานี้เป็นแรงผลักดันให้ตนเองหันมาทำงานกับปัญหานี้ แต่การแก้ปัญหานี้ต้องอาศัยนโยบายและมาตรการแก้ปัญหา แต่เธอคิดว่าฝ่ายนโยบายในอินเดียยังจนมุมอยู่

คุณ Nayyar ชี้ว่ามีการตรวจตัวอย่างของยาในตลาดเพื่อตรวจดูว่าเป็นยาจริงและมีประสิทธิภาพในการรักษา แต่เธอชี้ว่าการเเกะรอยหาแหล่งผลิตของยาปลอมยังทำได้ยากมาก และประเทศผู้นำเข้ายาสามัญต่างต้องการได้ยาที่มีประสิทธิภาพในการบำบัดโรคโดยไม่เป็นอันตรายแก่ผู้ใช้

แต่คุณ Bate ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในประเทศยากจนกว่าประสบกับสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขากล่าวว่าในประเทศยากจน การคว่ำบาตรยาจะส่งผลให้เกิดการขาดแคลนยาในประเทศ แม้ว่าประเทศเหล่านี้จะเกรงกลัวกับปัญหายาปลอมหรือยาด้อยคุณภาพก็ตาม

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าประเทศในแอฟริกามีทางเลือกอีกทางหนึ่ง นั่นก็คือการลงทุนในอุตสาหกรรมผลิตยาสามัญเสียเอง เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนยารักษาโรคที่จำเป็นที่สุดในประเทศ เพื่อป้องกันการนำเข้ายาปลอม ตลอดจนเพื่อช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศไปในตัว

(ทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยเรียบเรียงรายงานของ Jessica Berman)

XS
SM
MD
LG