ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ประวัติความเป็นมาของพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี่ “สุนัขบ้าแห่งตะวันออกกลาง”

  • JulieAnn Mckellogg
  • ทรงพจน์ สุภาผล

ประวัติความเป็นมาของพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี่ “สุนัขบ้าแห่งตะวันออกกลาง”

ประวัติความเป็นมาของพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี่ “สุนัขบ้าแห่งตะวันออกกลาง”

พันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ปกครองประเทศกลุ่มอาหรับมายาวนานที่สุดคือ 42 ปี และด้วยบุคลิกลักษณะอันแปลกประหลาดโดดเด่นจะทำให้ผู้คนจดจำอดีตผู้นำลิเบียผู้นี้ไปอีกนาน

คนทั่วไปจดจำพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี่ในมุมของความเป็นคนพูดจาเปิดเผย ชอบวิพากษ์วิจารณ์ประเทศทางตะวันตก และมักใช้นโยบายการเมืองที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งตลอดช่วงเวลาที่ปกครองลิเบียยาวนานถึง 42 ปี

พันเอกกัดดาฟี่ขึ้นสู่อำนาจในปี พ.ศ 2512 เมื่ออายุเพียง 27 ปีหลังรัฐประหารระบอบกษัตริย์ของลิเบีย เขาเริ่มเป็นที่รู้จักทั่วโลกจากความแปลกประหลาดแตกต่างจากผู้นำคนอื่นๆ เช่นสวมชุดคลุมยาวสีน้ำตาลหรือสวมหนังสัตว์ และมักล้อมรอบด้วยองครักษ์ที่ล้วนเป็นสตรี อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ โรแนลด์ เรแกน เคยเรียกพันเอกกัดดาฟี่ว่าเป็น “สุนัขบ้าแห่งตะวันออกกลาง”

คุณ Jerrold Post ผู้อำนายการสาขาจิตวิทยาการเมืองแห่งมหาวิทยาลัย George Washington ชี้ว่าผู้คนมักให้ความสนใจกับความแปลกประหลาดของพันเอกกัดดาฟี่ จนอาจลืมไปว่าพันเอกกัดดาฟี่ประสบความสำเร็จไม่น้อยบนเวทีการเมืองโลก

พันเอกกัดดาฟี่จัดตั้งระบบสังคม เศรษฐกิจและการเมืองขึ้นใหม่ภายใต้ชื่อ “Jamahiriya” ซึ่งหมายความว่ารัฐแห่งมวลชนในภาษาอาราบิก เขาสรุปรวมปรัชญาการปกครองของเขาเองลงในหนังสือ Green Book ที่มีชื่อเสียง เขาปฏิเสธรัฐธรรมนูญแต่เชื่อในระบอบที่ประชาชนคือผู้บริหารประเทศและตนคือผู้นำ

คุณ Daniel Serwer แห่งสถาบันตะวันออกกลาง ชี้ว่าแม้พันเอกกัดดาฟี่คือผู้ที่สอนให้ประชาชนจัดตั้งสภาปกครองตนเองขึ้นมาบริหารประเทศ แต่เขากลับปฏิเสธที่จะมอบอำนาจบริหารให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง คุณ Serwer ระบุว่าพันเอกกัดดาฟี่รวมศูนย์อำนาจไว้แต่ผู้เดียว และได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งเอกภาพแห่งลิเบียผู้รวบรวมส่วนต่างๆที่กระจัดกระจายของลิเบียเข้าด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม ภาพพจน์ของพันเอกกัดดาฟี่บนเวทีโลกมัวหมองลงเนื่องจากความสัมพันธ์กับผู้ก่อการร้าย สหรัฐกล่าวหาว่าพันเอกกัดดาฟี่มีส่วนในเหตุการณ์ระเบิดที่ไนต์คลับแห่งหนึ่งในเยอรมนีเมื่อปี พ.ศ 2529 ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่อเมริกันเสียชีวิต 2 คน รวมทั้งเหตุการณ์ระเบิดเครื่องบินของสายการบิน Pan Am ที่เมืองล็อคเคอร์บี้ สก็อตแลนด์เมื่อปี พ.ศ 2531 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 270 คน

พันเอกกัดดาฟี่แสดงความรับผิดชอบในเหตุการณ์ดังกล่าวในอีก 15 ปีต่อมาพร้อมกล่าวประณามการก่อการร้ายและปฏิเสธอาวุธทำลายล้างมวลชน มีผลให้สหรัฐยกเลิกมาตรการลงโทษลิเบียและยอมรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับลิเบียใหม่อีกครั้ง

จนมาถึงช่วงต้นปีนี้ ประชาชนลิเบียหลายแสนคนลุกฮือต่อต้านระบอบการปกครองของพันเอกกัดดาฟี่ในเหตุการณ์ที่เรียกว่า Arab Spring ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากประเทศเพื่อนบ้านในตะวันออกกลาง พันเอกกัดดาฟี่ตอบโต้ด้วยการปราบปรามประชาชนอย่างรุนแรง ทำให้สหประชาชาติมีมติให้ใช้ปฏิบัติการทางอากาศต่อลิเบีย นำไปสู่การล่มสลายของระบอบการปกครองยาวนาน 42 ปีในลิเบีย

ถึงกระนั้นพันเอกกัดดาฟี่ยังยืนยันกับผู้สนับสนุนตนว่าจะต่อสู้จนกว่าชีวิตจะหาไม่ และนั่นคือคำประกาศสุดท้ายก่อนที่เขาถูกโค่นอำนาจ ต้องหลบซ่อนตัวอย่างยากเข็ญ และสุดท้ายถูกสังหารในประเทศที่ตนเคยได้ชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งเอกภาพและความเป็นหนึ่งเดียว

XS
SM
MD
LG