ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ปัญหาหนี้สินของหลายประเทศในยุโรปทำให้มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำในหลายประเทศ และคาดกันว่าประธานาธิบดีฝรั่งเศสจะเป็นรายล่าสุดที่จะพ้นจากตำแหน่ง

  • Lisa Bryant
  • Nittaya Maphungphong

ปัญหาเรื่องภาระหนี้สินของหลายประเทศในเขตเงินยูโร ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำประเทศในบริเวณดังกล่าวแล้วหลายราย และคาดกันว่า ประธานาธิบดี Nicolas Sarkozy ของฝรั่งเศสอาจเป็นรายล่าสุดที่จะพ้นจากตำแหน่ง เพราะแพ้การเลือกตั้ง ซึ่งจะมีการลงคะแนนเสียงรอบที่สองในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ ซึ่งทำให้ตลาดการเงินและนักวิเคราะห์ในยุโรปค่อนข้างจะวิตกกังวล

ผลการสำรวจความคิดเห็นของชาวฝรั่งเศส แสดงให้เห็นว่านาย Francois Hollande ผู้สมัครจากพรรคสังคมนิยมเพื่อช่วงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี จะเป็นผู้ชนะในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบที่สองในวันที่ 6 พฤษภาคมนี้


และนาย Francois Hollande ได้แจกแจงนโยบายเศรษฐกิจของเขาไว้อย่างชัดเจนว่า จะเพิ่มอัตราภาษีเงินได้สำหรับคนร่ำรวย และรัฐบาลจะเพิ่มการใช้จ่าย เพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจเติบโต

แต่ผู้ที่อาจจะได้เป็นประธานาธิบดีของฝรั่งเศสคนต่อไปผู้นี้ กล่าวไว้ด้วยว่า งานสำคัญชิ้นแรกที่จะมุ่งเป้าทำ คือการจัดการกับวิกฤติการณ์เขตเงินยูโร ซึ่งเป็นปัญหาติดต่อกันมาเป็นปีที่สามแล้ว และว่าเขาจะเจรจาทำสัญญาเรื่องการคลังสำหรับสหภาพยุโรป หรือ EU ที่ตกลงกันไว้ในปีที่แล้วใหม่ เพื่อให้มีการส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจด้วย

แต่อาจารย์ Tomasz Michalski ซึ่งสอนเศรษฐศาสตร์อยู่มหาวิทยาลัยในกรุงปารีส ไม่คิดว่านโยบายของนาย Francois Hollande จะประสบความสำเร็จ

นักเศรษฐศาสตร์ผู้นี้บอกว่า ประการแรกทีเดียว นาย Hollande จะเพิ่มอัตราภาษีในประเทศเป็นอย่างมาก ในระยะสั้น เงินภาษีที่เก็บได้เพิ่มขึ้น จะช่วยลดการขาดดุลงบประมาณ แต่ในระยะยาว ไม่เป็นกลยุทธที่ดีที่จะส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพราะจะทำให้ไม่มีใครอยากเข้าไปลงทุนในประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ฝรั่งเศสต้องการเป็นอย่างมาก

ในช่วงที่ประธานาธิบดี Nicolas Sarkozy ปกครองฝรั่งเศส เศรษฐกิจของประเทศหดตัวลง และอัตราคนว่างงานเพิ่มมากขึ้นเป็นเกือบสองเปอร์เซ็นต์ในขณะนี้

นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ลงความเห็นว่า ปัญหาดังกล่าวสืบเนื่องมาจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจอื่นๆทั่วโลกเช่นกัน แต่นักวิเคราะห์ของ Center for European Reform นาย Philip Whyte ตำหนิประธานาธิบดี Sarkozy ที่ปล่อยให้นายกรัฐมนตรี Angela Merkel ของเยอรมนีเป็นผู้กำหนดนโยบายของกลุ่มประเทศในเขตเงินยูโรดังที่เป็นอยู่เวลานี้

นักวิเคราะห์ผู้นี้ให้ความเห็นว่า ประธานาธิบดี Sarkozy ของฝรั่งเศสไม่มีวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจ ชอบทำงานก็จริง แต่ถ้าดูงานที่ทำไปในช่วงห้าปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าไม่สอดคล้องกัน ไม่ได้วางแนวทางเศรษฐกิจไว้ให้ชัดเจน

แต่นักวิเคราะห์อื่นๆให้ความเห็นไว้ด้วยว่า ในที่สุดแล้ว ไม่ว่าใครจะชนะได้เป็นประธานาธิบดีคนต่อไป พรรคเล็กๆไม่ว่าจะซ้ายหรือขวา อาจจะมีอิทธิพลในการวางนโยบายเศรษฐกิจได้มากกว่าประธานาธิบดี เพราะพรรคใหญ่สองพรรคอาจมีเสียงในสภาไม่พอด้วยตนเอง

XS
SM
MD
LG