ลิ้งค์เชื่อมต่อ

เบื้องหลังงาน "Smithsonian Folklife Festival" มหกรรมใหญ่ใจกลางกรุงวอชิงตัน มีอาหารไทยพาเดินด้วยท้องมากว่า 10 ปี


Smithsonian Folklife Festival 2016

Smithsonian Folklife Festival 2016

งานมหกรรมวิถีวัฒนธรรมพื้นบ้านนานาชาติ หรือ Smithsonian Folklife Festival เป็นงานเทศกาลสำคัญในช่วงฤดูร้อนที่กรุงวอชิงตัน ในปีนี้มี 2 วัฒนธรรมจากคนละซีกโลกมาพบกันที่ใจกลาง National Mall สถานที่จัดงานในทุกปี

เสียงเพลงที่ถ่ายทอดมุมมองของ Bambu และ DJ Phatrick สองศิลปินเพลง Hip-Hop เชื้อสายเอเชียนอเมริกัน เป็นส่วนหนึ่งของความหลากหลาย ในซุ้มแสดงวัฒนธรรมจากฝั่งตะวันตกของอเมริกา ในโซนที่เรียกว่า Sounds of California หนึ่งใน 2 แนวคิดการจัดงานประจำปีนี้

ขณะที่อีกฟากหนึ่งมีเรื่องราวและวิถีชีวิตของชาวแคว้นบาสก์ จากประเทศสเปน ที่นำกิจกรรมพื้นบ้านมาสาธิตมากมาย เช่น การสอนพูดภาษาท้องถิ่น การแสดงดนตรี ศิลปะหัตถกรรมที่เป็นเอกลักษณ์จากผู้คนในเขตตอนเหนือของสเปน

แม้แนวคิดการนำเสนอกิจกรรมในงานมหกรรม Smithsonian Folklife Festival จะสับเปลี่ยนหมุนเวียนชุมชนจากทั่วโลกมาจัดแสดงในทุกๆ ปี แต่ในส่วนของอาหารการกินที่บริการในงานแล้ว กลับกลายเป็นซุ้มร้านอาหารไทยจากทีมงานคนไทย ที่ได้รับความไว้วางใจ ให้เป็นส่วนหนึ่งของงานใหญ่ของกรุงวอชิงตันมานับสิบปีแล้ว

The Thai Dishes, one of the food concession tents in the Smithsonian Folklife Festival 2016.

The Thai Dishes, one of the food concession tents in the Smithsonian Folklife Festival 2016.

คุณประสิทธิ์ พรมะแข้ หนึ่งในทีมงานที่ให้บริการอาหารและเครื่องดื่มคนไทย บอกว่า การได้รับความไว้วางใจ ให้มาบริการต่อเนื่อง ถือเป็นความภูมิใจของคนทำงานทุกคน ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นตัวแทนขายอาหารไทย และการรักษามาตรฐานและคุณภาพของอาหารและเครื่องดื่ม คือเหตุผลสำคัญที่ ทำให้ได้รับความไว้วางใจในงานระดับชาติที่นครหลวงแห่งสหรัฐฯ

คุณประสิทธิ์บอกด้วยว่า “พยายามขายของให้ได้ระดับ รักษามาตรฐานของอาหาร แล้วก็น้ำผลไม้ต้องสด ขายได้อันดับ 1 ทุกปีด้วย”

งานมหกรรม Folklife Festival เป็นมหกรรมที่มีคนเข้าชมนับหลายแสน ตลอดระยะเวลาจัดงานราวๆ 2 สัปดาห์ของทุกปี

คุณ William Shafroth ชาวกรุงวอชิงตันที่ตอนนี้ไปอาศัยในต่างรัฐ บอกว่ารู้สึกประทับใจในการจัดงานเชิงวัฒธรรมแบบนี้อยู่เสมอ คุณ William บอกว่าเขาชื่นชอบมหกรรมนี้มาก และในปีนี้ถือว่าจัดงานได้ดี และรู้สึกประทับใจเรื่องราวชาวบาสก์ ที่มีการจัดการแสดงที่เยี่ยมมาก

ขณะเดียวกันคุณ Shafroth ก็ได้กินอาหารไทยที่จัดในงานนี้ด้วย และทุกครั้งที่กลับมากรุงวอชิงตัน เขาจะออกไปทานอาหารไทย เพราะเมืองนี้มีอาหารไทยที่อร่อยสุดในอเมริกา

งานนี้ถือเป็นงานด้านวัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดในกรุงวอชิงตัน ที่ผ่านมากิจกรรมในงานเคยก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง และสร้างผลกระทบด้านนโยบายต่อหลากหลายประเทศ โดยเฉพาะการให้พื้นที่ชนกลุ่มน้อยในแต่ละท้องถิ่น ได้มีโอกาสนำเสนอเรื่องราวของตัวเองผ่านการแสดง

นอกจากนี้ยังถือเป็นแรงกระตุ้นให้หลากหลายชุมชน หาวิธีรักษาวัฒนธรรมไว้ เพื่อสืบทอดให้กับคนรุ่นต่อๆไป

XS
SM
MD
LG