ลิ้งค์เชื่อมต่อ

นักวิเคราะห์ระบุ "Fiscal Cliff" จะเป็นภัยคุกคามที่ท้าทายการจัดการและแก้ปัญหาเศรษกิจของสหรัฐฯ


Fiscal Cliff คือข้อผูกมัดทางการคลังที่รัฐบาลพรรคเดโมแครตกับรัฐสภาโดยเฉพาะสภาล่างซึ่งควบคุมโดยพรรครีพับลิกันต้องพยายามหาข้อตกลงกัน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตกไปในหุบเหวทางการคลังซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค ปีหน้า นั่นคืออัตราภาษีที่เพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติแบบถ้วนหน้าไม่ว่าคนจนหรือคนรวย รวมทั้งตัดงบประมาณรัฐบาลลงทั้งในส่วนของการทหาร หน่วยงานรัฐบาลและสวัสดิการสังคมต่างๆ เป็นมูลค่ารวมประมาณ 6 แสนล้านดอลล่าร์

ในส่วนของภาษีนั้น ประเด็นสำคัญคือมาตรการลดภาษีที่ใช้มาตั้งแต่สมัยปธน.จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช กำลังจะหมดอายุลงในช่วงสิ้นปีนี้ ซึ่งจะทำให้อัตราภาษีของคนอเมริกันทุกคนเพิ่มขึ้นไม่ว่าจะมีรายได้เท่าใด โดยทางพรรครีพับลิกันต้องการให้ยืดเวลาการใช้มาตรการลดภาษีนี้ออกไปสำหรับคนอเมริกันทุกคน แต่ทาง ปธน.โอบาม่าไม่ต้องการให้ผลประโยชน์นี้ครอบคลุมถึงคนอเมริกันฐานะร่ำรวย คือครอบครัวที่มีรายได้เกิน 250,000 ดอลล่าร์ต่อปี และดูเหมือนทั้งสองพรรคยังไม่สามารถตกลงกันได้ในเรื่องนี้ ทำให้เกิดภาวะชะงักงันทางการเมือง

เพื่อหลีกเลี่ยง Fiscal Cliff ทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันต้องพยายามตกลงกันให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะมีผลให้เงินหายไปจากระบบศก.สหรัฐทันที 600,000 ล้านดอลล่าร์ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์เกรงว่านั่นจะทำให้ความต้องการสินค้าและบริการในสหรัฐลดลง การเติบโตทางศก.ลดลง อัตราการว่างงานสูงขึ้น และศก.อาจกลับสู่ภาวะถดถอยอีกครั้ง

สิ่งที่ปธน.โอบาม่าและพรรครีพับลิกันต้องตกลงกันให้ได้ก่อนสิ้นปีคือ จะลดงบประมาณในส่วนใดเป็นจำนวนเท่าใด และจะเพิ่มรายรับคือภาษีเพื่อลดยอดขาดดุลงบประมาณอย่างไร รวมทั้งเรื่องที่ว่าจะขยายเพดานการกู้ยืมเงินของสหรัฐให้สูงกว่าระดับปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ระดับ 16 ล้านล้านดอลล่าร์หรือไม่

สำนักจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงิน Fitch Rating ขู่ว่า อาจลดระดับความน่าเชื่อถือทางการเงินของสหรัฐลง จนกว่าสหรัฐจะสามารถประณีประณอมกันได้ในเรื่องเพดานเงินกู้และหนี้รัฐบาล และต้องมีแผนซึ่งน่าเชื่อถือในการลดยอดขาดดุลงบประมาณลงให้ได้

XS
SM
MD
LG