ลิ้งค์เชื่อมต่อ

นานาชาติกังวลจุดยืนใหม่ของสหรัฐฯ - ห้ามเงินสนับสนุนองค์กรเอ็นจีโอช่วยเหลือ 'ทำแท้ง'


FILE - Pro-choice supporters demonstrate in front of the U.S. Supreme Court during the National March for Life rally in Washington, Jan. 22, 2016. The rally marks the 43rd anniversary of the U.S. Supreme Court's 1973 abortion ruling in Roe v. Wade.

หลังเข้าดำรงตำเเหน่ง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในข้อเสนอห้ามสนับสนุนทางเงินทุนแก่หน่วยงานพัฒนาเอกชนต่างชาติที่ให้บริการทำแท้ง หรือให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการทำแท้ง

ถึงเเม้ว่าหน่วยงานเหล่านั้นอาจจะใช้เงินจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่เงินสนับสนุนจากสหรัฐฯ ในการให้บริการดังกล่าวก็ตาม

การอนุมัติข้อเสนอนี้สร้างความกังวลเเก่บรรดาผู้นำนานาชาติ ที่มองว่าการวางแผนครอบครัวเป็นหนึ่งในการบริการหลายอย่างที่หน่วยงานพัฒนาเอกชนต่างชาติจัดทำ ซึ่งมีความจำเป็นและมีประสิทธิภาพในการช่วยลดความยากจนในบรรดาประเทศกำลังพัฒนา

บรรดาผู้นำนานาชาติยังกังวลด้วยว่า หากขาดเงินช่วยเหลือจากสหรัฐฯ จะทำให้มีการทำแท้งอย่างไม่ปลอดภัยเพิ่มขึ้น

ประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมในการประชุมที่จัดขึ้นในกรุงบรัสเซลส์ หวังว่าจะสามารถระดมเงินทุนได้ 600 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนโครงการวางแผนครอบครัว หากรัฐบาลของ ปธน. ทรัมป์ ยุติเงินช่วยเหลือของสหรัฐฯ

ผู้เข้าร่วมการประชุมกล่าวว่า สามารถระดมเงินทุนได้เเล้ว 100 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

Jen Kate ผู้อำนวยการแห่ง Global Health and HIV Policy ที่ Kaiser Family Foundation หน่วยงาน think tank ด้านการสาธารณสุขแห่งสหรัฐฯ กล่าวว่า "ข้อเสนอสั่งห้ามเงินสนับสนุนของสหรัฐฯ นี้กว้างมาก และน่าจะกระทบต่อการบริการด้านอื่นๆ ด้วย นอกเหนือไปจากการวางแผนครอบครัว"

Jen Kate กล่าวว่าหน่วยงานเหล่านี้จะไม่สามารถรับเงินจากสหรัฐฯ ที่สนับสนุนด้านงานป้องกันโรคเอดส์ หรือ งานบริการสุขภาพแม่เเละเด็ก หากหน่วยงานนั้นๆ ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการทำเเท้งร่วมด้วย แม้ว่าจะใช้เงินจากผู้บริจาคเเหล่งอื่น

เธอกล่าวว่า "นี่จะเปิดทางให้ข้อเสนอห้ามเงินช่วยเหลือของสหรัฐฯ นี้ มีผลกระทบต่อหน่วยงานพัฒนาเอกชนมากจำนวนขึ้น ซึ่งตนเห็นว่าจะสร้างความกังวลและปฏิกริยาจากหลายหน่วยงานต่อผลกระทบที่ตามมา"

ข้อห้ามของสหรัฐฯ ในอดีต ในช่วงรัฐบาลพรรครีพับลิกันที่นำโดยนายโรนัลด์ เรแกน เคยห้ามสหรัฐฯ ให้เงินช่วยเหลือเเก่หน่วยงานพัฒนาเอกชนที่ให้บริการทำแท้ง และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการทำแท้งมาแล้ว

แต่คุณ Kate แห่ง Kaiser Family Foundation อธิบายว่า "นโยบายของปธน.ทรัมป์ขยายผลกระทบออกไปกว้างกว่านโยบายของเรเเกน เพราะขู่ว่าจะไม่ให้เงินสนับสนุนแก่การบริการด้านสุขภาพระดับทั่วโลกทุกอย่าง"

Jen Kate ยังกล่าวด้วยว่า "การสนับสนุนด้านเงินช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ยังมีบทบาทสำคัญ เพราะเป็นงานที่ช่วยส่งเสริมความมั่นคงของประเทศ โดยไม่เกี่ยวข้องกับการใช้กำลังทหาร ช่วยสร้างความมั่นคงเเก่ประเทศต่างๆ และประชากร ดังนั้นข้อเสนอห้ามเงินช่วยเหลือจากสหรัฐฯ นี้ จึงสร้างความกังวลต่อผลกระทบต่องานเหล่านี้ และความคืบหน้าของโครงการต่างๆ เท่าที่ผ่านมา"

สำหรับรายละเอียดเฉพาะเจาะจงของข้อเสนอห้ามเงินสนับสนุนโครงการสุขภาพทั่วโลกนี้ ยังไม่ได้รับการเปิดเผยโดยรัฐบาลของ ปธน. ทรัมป์ ดังนั้นจึงยังไม่มีผลบังคับใช้ทันที แต่คาดว่าจะมีการออกข้อเเนะนำในทางปฏิบัติในเร็ววันนี้

(รายงานโดย Jessica Berman / เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว)

XS
SM
MD
LG