ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ปัญหายาปลอมระบาด ภัยคุกคามสำคัญของวงการสาธารณสุขโลก


ยาด้อยคุณภาพและยาปลอม รวมถึงยาหมดอายุและยาที่มีความบกพร่องในกระบวนการผลิต กำลังเป็นปัญหาที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก

รายงานเรื่อง “การแพร่ระบาดของยาปลอมทั่วโลก” ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ American Journal of Tropical Medicine and Hygiene ชี้ว่า ยาด้อยคุณภาพ ซึ่งรวมถึงยาปลอมและยาที่มีส่วนผสมไม่ได้มาตรฐาน คือภัยคุกคามที่แท้จริงและเร่งด่วนต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลกในปัจจุบัน

คุณ Guarvike Nayyar ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขขององค์การตรวจสอบมาตรฐานยา U.S. Pharmacopeia Convention หรือ USP ผู้ร่วมจัดทำรายงานพิเศษเรื่องยาปลอม ระบุว่าการแพร่ระบาดของยาปลอมกำลังลุกลามในวงกว้าง ข้ามพรมแดนประเทศต่างๆ และส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก

รายงานซึ่งตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ American Journal of Tropical Medicine and Hygiene ชิ้นนี้ รวบรวมงานวิจัย 17 ชิ้นที่เน้นย้ำถึงปัญหายาปลอมทั่วโลก รวมถึงงานวิจัยที่พบว่า 11% ของยาในแอฟริกา และ 4% ของยาในเอเชีย เป็นยาปลอมหรือยาด้อยคุณภาพ ยาปลอมหลายชนิดดูภายนอกไม่แตกต่างจากยาจริง แต่สิ่งที่ต่างคือประสิทธิภาพของยานั้น บางครั้งมีส่วนผสมของตัวยาน้อยเกินไป และบางครั้งก็มากเกินไป

คุณ Patricia Tabernero จากมหาวิทยาลัย Oxford ศึกษาเรื่องคุณภาพของยารักษาโรคมาลาเรียในประเทศลาวมานานหลายปี เธอบอกว่าปัจจุบันเธอและผู้ร่วมงานไม่พบยาปลอมสำหรับโรคมาลาเรียในลาว ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่เมื่อเทียบกับรายงานการศึกษาเมื่อ 10 ปีก่อน ที่บอกว่ามียาปลอมมากมายในลาว แต่ปัญหาที่มาแทนคือ ยังมียาด้อยคุณภาพจำนวนมาก

คุณ Patricia Tabernero ระบุว่าผู้ป่วยในลาวได้รับยาที่ผลิตอย่างไม่ได้มาตรฐาน หรือยาที่ไม่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรค เช่นยาคลอโรควิน โดยในตัวอย่างยาที่เก็บมาตรวจ พบว่ามีถึง 25% ที่มีตัวยาน้อยเกินไปหรือมากเกินไป ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับยารักษาโรคมาลาเรีย เพราะหากผู้ป่วยได้รับตัวยาน้อยเกินไป อาจทำให้เชื้อโรคเกิดการดื้อยาขึ้นได้

นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากเชื่อว่า จำเป็นต้องมีมาตรการที่ดีกว่าเดิมในการทดสอบปริมาณและคุณภาพของตัวยา ขณะที่คุณ Amir Attaran แห่ง University of Ottawa ในแคนาดา บอกว่าการมีกฏหมายควบคุมที่เข้มงวดและเป็นสากล ก็เป็นสิ่งจำเป็นในการต่อสู้กับปัญหาการระบาดของยาปลอมเช่นกัน


คุณ Attaran ระบุว่า ที่ผ่านมามีการจัดทำสนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการต่อต้านการปลอมแปลงธนบัตรตั้งแต่ปี ค.ศ 1929 ดังนั้นหากทุกประเทศเชื่อว่าปัญหาการปลอมแปลงยาเป็นปัญหาร้ายแรงไม่แพ้การปลอมแปลงธนบัตร เราก็ควรมีสนธิสัญญาต่อต้านการปลอมแปลงยาเกิดขึ้นได้แล้วเช่นกัน

ผู้สื่อข่าว Art Chimes รายงาน / ทรงพจน์ สุภาผล เรียบเรียง

XS
SM
MD
LG