ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ค่านิยมเรื่อง "ใบหน้าของผู้นำ" ของคนอเมริกันกับคนจีน แตกต่างกันอย่างไร?


Some of the richest and poorest U.S. presidents (top row from left): James Madison, Theodore Roosevelt, Thomas Jefferson (AP Photo), Zachary Taylor. (Bottom row, from left) Abraham Lincoln, William McKinley, Harry Truman and George Washington.

Some of the richest and poorest U.S. presidents (top row from left): James Madison, Theodore Roosevelt, Thomas Jefferson (AP Photo), Zachary Taylor. (Bottom row, from left) Abraham Lincoln, William McKinley, Harry Truman and George Washington.

นักวิจัยพบว่าในวงการการเมือง รูปร่างหน้าตามีความสำคัญ

ผลงานวิจัยที่เพิ่งเผยแพร่ออกมาระบุว่า คนอเมริกันจะลงคะแนนเสียงเลือกผู้นำที่มีใบหน้าที่ดูแล้วทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าเป็นคนมีความสามารถ ทำงานใดๆ ให้สำเร็จลุล่วงได้

ในขณะที่คนจีนจะเลือกผู้นำที่หน้าตาดูแล้ว ดูจะเข้ากับคนได้ทั่วไป

นักจิตวิทยา Christopher Olivola ของมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon บอกว่าในระบอบประชาธิปไตย ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งควรลงคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครที่ตนเห็นว่ามีความสามารถในการทำงาน และรูปร่างหน้าตาไม่ควรเป็นประเด็น

แต่นักวิจัยพบว่า ในวงการการเมือง รูปร่างหน้าตามีความสำคัญ

งานวิจัยที่ทำในอเมริกาให้อาสาสมัครดูภาพถ่ายหรือวิดีทัศน์สั้นๆ ของผู้สมัครรับเลือกตั้งที่กำลังแข่งขันกัน อาสาสมัครไม่เคยเห็นหน้าค่าตาผู้สมัครเหล่านี้มาก่อน และนักวิจัยก็ไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับคนเหล่านี้แก่อาสาสมัคร

ผลปรากฏว่าผู้สมัครที่ดูหน้าตาเป็นคนมีความสามารถ ได้คะแนนเสียงจากอาสาสมัครและชนะการเลือกตั้งเป็นส่วนใหญ่ แม้อาสาสมัครจะได้ดูรูปคนเหล่านี้เพียงหนึ่งวินาทีเท่านั้น

นักวิจัยจึงสงสัยว่า ค่านิยมของคนในประเทศอื่นๆ จะมีความแตกต่างจากคนอเมริกันบ้างหรือไม่ โดยเฉพาะคนในประเทศที่มีวัฒนธรรมต่างจากอเมริกา อย่างเช่น จีน

เพื่อจะหาคำตอบในเรื่องนี้ นักวิจัยนำภาพนักการเมืองชาวอเมริกันและชาวไต้หวัน ให้นักศึกษามหาวิทยาลัย Delaware ในอเมริกา และที่มหาวิทยาลัย Fuzhou ในเมืองจีนดู และให้คะแนนด้วย

ผลของการวิเคราะห์คะแนน ยืนยันค่านิยมของนักศึกษาอเมริกันที่เลือกคนที่มีหน้าตาส่อความสามารถ แต่นักศึกษาจีนเลือกผู้ที่ดูหน้าแล้วส่อว่าจะเข้ากับผู้คนโดยทั่วไปได้ดี หรือที่นักวิจัยเรียกว่า เป็นคนมี ‘Social Competence’

หัวหน้านักวิจัย Fang Fang Chen อธิบายความแตกต่างที่เกิดขึ้นว่า เป็นเพราะวัฒนธรรมจีนสอนให้มองลึกและไกลกว่าความรู้สึกประทับใจในการพบกันครั้งแรก ซึ่งตรงกับภาษิตที่ว่า ‘ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน’

XS
SM
MD
LG