ลิ้งค์เชื่อมต่อ

สถานการณ์น่าเป็นห่วงของกลุ่มยูโรโซนและความขัดแย้งระหว่างประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในยุโรป

  • Mil Arcega
  • ทรงพจน์ สุภาผล

สถานการณ์น่าเป็นห่วงของกลุ่มยูโรโซนและความขัดแย้งระหว่างประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในยุโรป

สถานการณ์น่าเป็นห่วงของกลุ่มยูโรโซนและความขัดแย้งระหว่างประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในยุโรป

ประเทศเศรษฐกิจใหญ่ๆในยุโรปยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องการจัดการวิกฤตการณ์หนี้ของยุโรป ในขณะเดียวกันตัวเลขทางเศรษฐกิจล่าสุดบ่งชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโรหรือ eurozone อาจกลับสู่ภาวะถดถอยอีกครั้ง

ผลการสำรวจและตัวเลขทางเศรษฐกิจล่าสุดชี้ให้เห็นว่าความความมั่นใจของภาคธุรกิจในยุโรปกำลังลดลง สืบเนื่องจากวิกฤตการณ์หนี้ที่กำลังคุกคามกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโรหรือ eurozone อยู่ในขณะนี้ คุณ Richard McGuire นักวางแผนกลยุทธ์ของ Robobank ชี้ว่าดัชนีทางเศรษฐกิจหลายตัวระบุว่าเศรษฐกิจโดยรวมของกลุ่ม eurozone อาจกำลังหดตัวลง และมีโอกาส 50/50 ที่เศรษฐกิจของกลุ่ม eurozone จะกลับสู่ภาวะถดถอยในเวลาไม่นาน ซึ่งความเสี่ยงดังกล่าวยิ่งทำให้การแก้ไขวิกฤตการณ์หนี้ของกลุ่ม eurozone ต้องล่าช้าออกไป

ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่าเกิดความขัดแย้งในการประชุมผู้นำยุโรปรอบล่าสุดที่กรุงบรัสเซลล์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ในฝรั่งเศสพาดหัวข่าวความแตกร้าวระหว่างประธานาธิบดีฝรั่งเศส Nicolas Sarkozy กับนายกรัฐมนตรีเยอรมนี Angela Merkel อย่างไรก็ตามทางรัฐมนตรีการคลังฝรั่งเศสยืนยันว่าการเจรจากำลังคืบหน้าไปด้วยดี

ที่ประชุมผู้นำยุโรปกำลังกดดันให้ธนาคารในยุโรปต้องเพิ่มทุน 100,000 ล้านยูโรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการขาดทุน และบรรดาเจ้าหนี้ของรัฐบาลกรีซอาจต้องยอมขาดทุนจากพันธบัตรรัฐบาลกรีซมากกว่า 21% แต่อุปสรรคสำคัญที่เชื่อว่าเป็นชนวนความขัดแย้งของประเทศต่างๆคือข้อเสนอให้เพิ่มเงินทุนสำหรับช่วยเหลือประเทศในยุโรปที่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ หลังจากนักวิเคราะห์ต่างชี้ว่าเงินทุนที่มีอยู่ราว 440,000 ล้านยูโรในปัจจุบันนั้นอาจไม่เพียงพอ หากเศรษฐกิจสเปนหรืออิตาลีประสบปัญหาตามไปด้วย

ประธานาธิบดีฝรั่งเศส Nicolas Sarkozy เสนอให้ใช้วิธีเก็บภาษีธุรกรรมทางการเงินในยุโรปเพื่อหาเงินทุนเพิ่มให้แก่กองทุนความช่วยเหลือดังกล่าว แต่ทางอังกฤษซึ่งมิได้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโรและต้องพึ่งพาบริการทางการเงินต่างๆอย่างมากนั้น ยืนยันคัดค้านข้อเสนอของฝรั่งเศส

นายกรัฐมนตรี David Cameron กล่าวว่าประเทศใดประเทศหนึ่งในกลุ่ม eurozone ไม่ควรมีสิทธิ์บงการให้ใช้นโยบายเดียวกันสำหรับทุกประเทศในสหภาพยุโรป พร้อมระบุว่าการปรับเปลี่ยนสนธิสัญญาใดๆต้องได้รับมติเป็นเอกฉันท์จากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศ ในขณะเดียวกันมีรายงานข่าวอ้างคำพูดของประธานาธิบดี Sarkozy ที่บอกกับนายกรัฐมนตรี Cameron ว่า “ตนเองเบื่อกับการที่อังกฤษคอยวิพากษ์วิจารณ์และสั่งให้ฝรั่งเศสทำนู่นทำนี่”

อีกด้านหนึ่งนายกรัฐมนตรี David Cameron กำลังเผชิญกับแรงกดดันภายในประเทศที่ต้องการให้อังกฤษแยกตัวออกมาจากสหภาพยุโรปเพื่อหลีกหนีวิกฤติเศรษฐกิจในขณะนี้

XS
SM
MD
LG