ลิ้งค์เชื่อมต่อ

รายงานที่เพิ่งตีพิมพ์ออกมาระบุว่า อียิปต์เป็นศูนย์กลางค้างาช้างผิดกฎหมายแหล่งใหญ่ในแอฟริกา โดยมีจีนและชาติในตะวันออกกลางเป็นลูกค้าสำคัญ

  • Joe Capua
  • Nittaya Maphungphong

รายงานที่เพิ่งตีพิมพ์ออกมาระบุว่า อียิปต์เป็นศูนย์กลางค้างาช้างผิดกฎหมายแหล่งใหญ่ในแอฟริกา โดยมีจีนและชาติในตะวันออกกลางเป็นลูกค้าสำคัญ

รายงานที่เพิ่งตีพิมพ์ออกมาระบุว่า อียิปต์เป็นศูนย์กลางค้างาช้างผิดกฎหมายแหล่งใหญ่ในแอฟริกา โดยมีจีนและชาติในตะวันออกกลางเป็นลูกค้าสำคัญ

รายงานที่เพิ่งตีพิมพ์ออกมาในจดหมายข่าว TRAFFIC กล่าวว่า อียิปต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรุงไคโร และนครลุกซอร์ (Luxor) เป็นแหล่งค้างาช้างแหล่งใหญ่ วางขายให้เห็นอย่างโจ่งแจ้ง แม้จะเป็นงาช้างผิดกฎหมายก็ตาม การค้างาช้างผิดกฎหมายที่กำลังขยายตัวออกไปนี้ ส่งผลกระทบเชิงลบเป็นอย่างมากต่อช้างทั้งในแอฟริกาและในบางส่วนของเอเชีย นักต่อต้านการค้างาช้างผิดกฎหมาย ชี้แนะไว้ว่า มีงาทางเลือก คืองาของ Mammoth ซึ่งเป็นสัตว์ใหญ่คล้ายช้าง มีงามีขนยาว ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว แต่ปัญหาก็คือ ไม่มีใครทราบว่า จะมีงา Mammoth เหลืออยู่อีกมากน้อยแค่ไหนในไซบีเรีย ซึ่งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของรัสเซีย

รายงานที่เพิ่งตีพิมพ์ออกมาในจดหมายข่าว TRAFFIC กล่าวว่า อียิปต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรุงไคโร และนครลุกซอร์ (Luxor) เป็นแหล่งค้างาช้างแหล่งใหญ่ วางขายให้เห็นอย่างโจ่งแจ้ง แม้จะเป็นงาช้างผิดกฎหมายก็ตาม


ผู้เขียนรายงาน Esmond Martin และ Lucy Vigne เดินทางไปอียิปต์ในเดือนมีนาคมและเมษายน ศกที่แล้ว และ Esmond Martin บอกว่า งาช้างที่เห็นวางขายในกรุงไคโรและลุกซอร์นั้น ประมาณได้ว่าเกินกว่า 9,000 ชิ้น และทั้งหมดเป็นงาช้างผิดกฎหมายที่ขายไม่ได้ หรือจะนำมาแสดงให้เห็นเชิงพาณิชย์ ก็ทำไม่ได้

เขาเชื่อด้วยว่า ที่ไม่ได้นำออกมาโชว์นั้น น่าจะมีอีกมาก และว่า งาช้างที่เห็นในอียิปต์นั้น ส่วนใหญ่จะมาจากสาธารณรัฐแอฟริกันกลาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เคนยา และ ไอเวอรี่ โคสท์ โดยขนผ่านซูดานขึ้นมา จนถึงย่าน Khan al-Khalili ซึ่งเป็นแหล่งค้างาช้างแหล่งใหญ่ในกรุงไคโร

รายงานฉบับนี้ระบุว่า ลูกค้ารายใหญ่คือ จีน แต่ก็มีไม่น้อยที่ถูกลักลอบนำเข้าไปในรัฐอาหรับในบริเวณอ่าวเปอร์เชีย และกลายสภาพเป็นลูกประคำสำหรับสวดมนต์และไม้เท้า

Esmond Martin ย้ำว่า เวลานี้ จีนเป็นผู้บริโภคและผู้ซื้องาช้างจากอียิปต์รายใหญ่ ก่อนหน้านั้น เป็นชาวฝรั่งเศส เสปญ และอเมริกัน และประมาณว่า ลูกค้าชาวจีนซื้อราวๆครึ่งหนึ่งของงาช้างที่ขายทั้งหมด

การค้างาช้างผิดกฎหมายที่กำลังขยายตัวออกไปนี้ ส่งผลกระทบเชิงลบเป็นอย่างมากต่อช้างทั้งในแอฟริกาและในบางส่วนของเอเชีย Esmond Martin และ Lucy Vigne เดินทางไปสำรวจสถานการณ์ในภาคใต้ของจีนในปีที่แล้ว และได้เห็นงาช้างวางขายมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา ราคาขายตกประมาณ กิโลกรัมละ $750 หรือราวๆสองหมื่นสามพันบาทเศษ

อย่างไรก็ตาม คุณ Esmond Martin ยืนยันว่า ไม่มีหลักฐานใดๆแสดงให้เห็นเลยว่า มีเจ้าหน้าที่จีนพัวพันกับการค้างาช้าง และตามความเป็นจริงแล้ว ทางการจีนถือเรื่องนี้อย่างจริงจัง และกำหนดโทษไว้อย่างหนักสำหรับนักค้างาช้างผิดกฎหมาย แต่ที่ปราบปรามได้ยาก ก็เพราะมีนักค้าผิดกฎหมายรายย่อยเป็นจำนวนมากในแอฟริกาที่ลักลอบขนค้างาช้างเข้าจีน

Esmond Martin นำเสนอปัญหาเรื่องการลักลอบขนส่งและการค้างาช้างผิดกฎหมายต่อทางการอียิปต์ เพราะอียิปต์เป็นสมาชิกของ CITES หรือ อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศสำหรับพันธุ์สัตว์ป่าและพืชที่อยู่ในข่ายจะสูญพันธุ์

เขาบอกว่า เมื่อถามเจ้าหน้าที่อียิปต์ว่า ทำไมจึงไม่ดำเนินการปราบปราม ก็ได้รับคำตอบว่า แยกแยะงาช้างจากกระดูกอูฐได้ยากมาก ส่วนคนอื่นๆบอกว่า ไม่ค่อยอยากเข้าไปในย่าน Khan al-Khalili เพราะไม่ปลอดภัย

Esmond Martin มีความเห็นว่า หนทางหนึ่งที่น่าจะรณรงค์ต่อต้านการค้างาช้างผิดกฎหมายได้ คือการสร้างความกดดันและการให้การศึกษาในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติไปอียิปต์ปีละราวๆ 13 ล้านคน น่าจะสนับสนุนให้บริษัทผู้จัดทัวร์กดดันรัฐบาลให้บังคับใช้กฎหมายของตนเอง ในขณะที่กลุ่มเคลื่อนไหวสามารถทำโปสเตอร์และให้ข้อมูล โดยเฉพาะในกรุงไคโร ระบุว่าการซื้อ การส่งออก และนำงาช้างเข้าประเทศของตนเองเป็นการกระทำผิดกฎหมาย

นักต่อต้านการค้างาช้างผิดกฎหมายผู้นี้ ชี้แนะไว้ด้วยว่า มีงาทางเลือก คืองาของ Mammoth ซึ่งเป็นสัตว์ใหญ่คล้ายช้าง มีงามีขนยาว ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว และว่ามีการขายงา Mammoth ในจีนและฮ่องกงเพิ่มขึ้นในช่วงสองสามปีมานี้ แต่ปัญหาก็คือ ไม่มีใครทราบว่า จะมีงา Mammoth เหลืออยู่อีกมากน้อยแค่ไหนในไซบีเรีย ซึ่งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของรัสเซีย

XS
SM
MD
LG