ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากอีโบล่าเพิ่มขึ้น แต่สถานการณ์การระบาดในไนจีเรียเริ่มควบคุมได้แล้ว


องค์การอนามัยโลกหรือ WHO รายงานว่ายอดผู้เสียชีวิตจากการระบาดของเชื้ออีโบล่าในอาฟริกาตะวันตกเพิ่มขึ้นเป็น 1,229 คน ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 2,240 คน อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณที่ดีเกี่ยวกับการควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบล่าในไนจีเรีย

โฆษกองค์การอนามัยโลก Gregory Hartl ระบุว่าเชื้อไวรัสอีโบล่ายังคงระบาดอย่างต่อเนื่องในอาฟริกาตะวันตก โฆษกองค์การอนามัยโลกกล่าวว่าขณะนี้การระบาดยังอยู่ใน 4 ประเทศคือ ไลบีเรีย กินี เซียร่า-ลีโอน และไนจีเรีย ซึ่งในกรณีของไนจีเรียนั้นสามารถเห็นทางออกได้เนื่องจากผู้ติดเชื้อทุกคนนั้นสามารถสืบสาวเชื่อมโยงไปถึงผู้ติดเชื้อคนแรก คือชายที่เดินทางมาจากไลบีเรียและมาเสียชีวิตที่กรุงลากอสเมื่อปลายเดือน ก.ค โดยที่ผ่านมาพบผู้ติดเชื้ออีโบล่าในกรุงลากอสของไนจีเรียแล้ว 12 ราย

ขณะนี้ไนจีเรียได้ผ่านระยะฟักตัวของเชื้ออีโบล่าช่วงแรก 21 วันมาแล้วนับตัวแต่วันที่พบเชื้อดังกล่าวในกรุงลากอส และต้องรอระยะฟักตัวช่วงที่ 2 อีก 21 วัน รวมเป็น 42 วัน หากไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในช่วงนี้ คาดว่าจะมีการประกาศให้ไนจีเรียเป็นประเทศปลอดเชื้ออีโบล่าได้ ซึ่งเหลือเวลาอีกราว 10 วันเท่านั้น

ส่วนในกรณีของกินี สถานการณ์การระบาดของเชื้ออีโบล่านั้นรุนแรงกว่าไนจีเรีย มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 394 คน แต่องค์การอนามัยโลกระบุว่าการระบาดในไนจีเรียนั้นอยู่ภายใต้การควบคุมมากกว่าในเซียร่า-ลีโอน และไลบีเรีย

โฆษกองค์การอนามัยโลก Hartl ระบุว่าระบบสาธารณสุขในประเทศแถบอาฟริกาตะวันตกนั้นอ่อนแอ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากสงครามกลางเมืองที่กินเวลายาวนาน ทำให้โครงสร้างต่างๆ ด้านการแพทย์และสาธารณสุขถูกทำลายไปมาก ขณะที่งบประมาณด้านสาธารณสุขของรัฐบาลอยู่ในระดับต่ำ นั่นคือเหตุผลที่หลายฝ่ายหลายประเทศจำเป็นต้องยื่นมือเข้าช่วยเพื่อขยายศักยภาพด้านการแพทย์ของประเทศเหล่านั้น

เวลานี้องค์การอนามัยโลกและโครงการอาหารโลกกำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อให้แน่ใจว่าเขตกักบริเวณผู้ติดเชื้ออีโบล่าทุกเขตจะมีอาหารและเสบียงสำคัญอื่นๆอย่างพอเพียง โดยเป้าหมายของโครงการอาหารโลกรวมถึงการจัดหาความช่วยเหลือด้านอาหารให้กับประชาชนในพื้นที่ที่เกิดการระบาดราว 1 ล้านคน เพื่อจำกัดให้คนเหล่านั้นไม่ต้องเดินทางหรือไปหางานทำที่อื่น ซึ่งเป็นการจำกัดพื้นที่การระบาดของเชื้ออีโบล่าอีกทางหนึ่ง

คุณ Gregory Hartl กล่าวว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกำลังพยายามจัดหาการดูแลผู้ติดเชื้ออย่างดีที่สุดตามศูนย์กักบริเวณต่างๆ โฆษกองค์การอนามัยโลกชี้ว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มียาหรือวิธีรักษาผู้ติดเชื้ออีโบล่า นอกจากยาบางประเภทที่ยังไม่ผ่านการรับรองและมีจำนวนไม่เพียงพอ สิ่งที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทำได้ตอนนี้คือการดูแลขั้นพื้นฐานแก่ผู้ป่วย เช่นการจัดหาอาหารและน้ำดื่ม

ด้านองค์กรแพทย์ไร้พรมแดน (Doctors Without Borders) ระบุว่าจริงๆ แล้วการดูแลขั้นพื้นฐานดังกล่าวมีประโยชน์มากมาย เช่นช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากเชื้ออีโบล่าในพื้นที่บางส่วนของกินีเหลือเพียง 33% และยิ่งผู้ติดเชื้อได้รับการดูแลเร็วเท่าใดก็ยิ่งมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้นเท่านั้น

ขณะเดียวกัน องค์การอนามัยโลกไม่แนะนำให้มีการจำกัดการเดินทางท่องเที่ยวหรือการค้าใดๆ ในช่วงนี้ นอกเสียจากในกรณีว่ามีการยืนยันว่าเกี่ยวเนื่องกับผู้ติดเชื้ออีโบล่า ผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อ หรือผู้ที่สัมผัสโดยตรงกับผู้มีเชื้ออีโบล่า

รายงานจาก Joe De Capua และ Lisa Schlein ห้องข่าว VOA / เรียบเรียงโดยทรงพจน์ สุภาผล

XS
SM
MD
LG