ลิ้งค์เชื่อมต่อ

หน่วยงานสาธารณสุขสหรัฐฯ กังวลการติดเชื้อยีสต์ดื้อยาในหลายประเทศทั่วโลก

  • Jessica Berman

U.S. public health officials are urging doctors and nurses around the world to be on the lookout for a highly drug-resistant yeast strain called Candida auris. (Photo courtesy of CDC)

U.S. public health officials are urging doctors and nurses around the world to be on the lookout for a highly drug-resistant yeast strain called Candida auris. (Photo courtesy of CDC)

ยีสต์สายพันธุ์ Candida auris ที่ผู้ป่วยบางคนติดเชื้อในโรงพยาบาล เป็นสายพันธุ์ที่ดื้อต่อยาต้านเชื้อราที่ใช้กันทั่วไปถึงสามชนิด

บรรดาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขสหรัฐฯ กำลังเร่งเร้าให้แพทย์และพยาบาลในประเทศ เฝ้าระวังเชื้อโรคชนิดนี้ และเชื่อว่าเป็นต้นเหตุให้มีผู้ติดเชื้อรายหนึ่งในสหรัฐฯ เมื่อปี ค.ศ. 2013

พบการระบาดของยีสต์ Candida auris ที่ดื้อต่อยานี้เเล้วใน 9 ประเทศด้วยกัน รวมทั้ง อินเดีย แอฟริกาใต้ คูเวต ปากีสถาน เกาหลีใต้ โคลัมเบีย เวเนซูเอล่า และสหราชอณาจักร

สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือ ซีดีซี (U.S. Centers for Disease Control and Prevention) ได้เตือนเเก่หน่วยงานสาธารณสุขในประเทศเกี่ยวกับยีสต์สายพันธุ์นี้และบรรดาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของรัฐบาลเปิดเผยว่า สำนักงานซีดีซีกังวลว่าอาจจะเกิดการแพร่ระบาดของยีสต์ C. auris ในพื้นที่ใหม่ๆ ในสหรัฐฯ และทั่วโลก

คุณ Tom Chiller หัวหน้าฝ่ายโรคที่เกิดจากเชื้อราที่สำนักงาน CDC ซึ่งทำหน้าที่เฝ้าระวังและศึกษาโรคที่เกิดจากเชื้อรา กล่าวกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่า ยีสต์ Candida auris ที่ดื้อต่อยารักษาตัวนี้ น่าจะเป็นเชื้อโรคที่มีความร้ายเเรง เเต่เขาชี้ว่ายังโชคดีที่ยังไม่พบการระบาดของเชื้อยีสต์ C. auris ในสหรัฐฯ ทำให้โอกาสการติดเชื้อในสหรัฐฯ ยังต่ำมาก

อย่างไรก็ตาม สำนักงาน CDC กำลังพยายามสร้างความตื่นตัวเกี่ยวกับเชื้อยีสต์สายพันธุ์ดื้อยาสายพันธุ์นี้ในระดับทั่วโลก

พบเชื้อยีสต์ Candida auris ครั้งเเรกในญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ. 2009 หรือราวเจ็ดปีที่แล้ว ในผู้ป่วยคนหนึ่งที่มีอาการหูอักเสบ

ผู้ป่วยที่ใช้ยาปฏิชีวนะ ยาต้านเชื้อรา หรือที่กำลังรักษาตัวในห้องไอซียู จัดว่าเสี่ยงต่อการติดเชื้อยีสต์สายพันธุ์ C. auris นี้ ซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางแผลหรือในคนที่รับการผ่าตัด เมื่อเชื้อโรคตัวนี้เข้าสู่ร่างกายจะเข้าไปเเพร่เชื้อในกระเเสเลือดทำให้อวัยวะภายในร่างกายล้มเหลว

บรรดาเจ้าหน้าที่แห่งสำนักงานควบคุมและป้องกันโรคเเห่งสหรัฐฯ ชี้ว่าปัญหาใหญ่ที่สุดคือเชื้อยีสต์ C. auris ที่ดื้อต่อยา ก่อให้เกิดอาการคล้ายกันกับการติดเชื้อยีสต์สายพันธุ์ที่อันตรายน้อยและรักษาได้ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อยีสต์ในอวัยวะสืบพันธุ์ บนผิวหนังและในลำคอ

การติดเชื้อยีสต์โดยทั่วไปสามารถวินิจฉัยได้จากการตรวจเเบบดั้งเดิมที่ใช้กัน แต่การตรวจหาการติดเชื้อยีสต์ C. auris สายพันธุ์ดื้อยา ต้องใช้เครื่องมือตรวจทางโมเลกุลแบบเฉพาะทาง ซึ่งไม่มีใช้ในโรงพยาบาลส่วนใหญ่ สร้างความกังวลว่าในประเทศอื่นๆ การตรวจหาเชื้อยีสต์สายพันธุ์นี้ยังทำไม่ได้

บรรดาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในสหรัฐฯ ต่างเสนอเเนะให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อยีสต์ C. auris พักรักษาตัวในห้องแยกต่างหาก ไม่รวมกับผู้ป่วยทั่วไปในโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่เหล่านี้ชี้ว่าต้องทำความสะอาดห้องพักผู้ป่วยเป็นประจำเพื่อฆ่าเชื้อโรค

สำนักงาน CDC ยังได้แนะนำให้แพทย์เเจ้งแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ทราบทันที ในกรณีที่สงสัยว่าคนไข้อาจติดเชื้อยีสต์สายพันธุ์ดื้อยานี้

(รายงานโดย Jessica Berman / เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

XS
SM
MD
LG