ลิ้งค์เชื่อมต่อ

นักวิทยาศาสตร์เชื่อหน้าแล้งนี้สหรัฐฯน่าจะมีน้ำเพียงพอเนื่องจากมาตรการประหยัดน้ำ

  • Elizabeth Lee

The Hinds pumping plant, last of five major pumping stations along the Colorado River Aqueduct, in Hayfield Lake, California, May 18, 2015. The gravity system plant pumps water coming from Lake Havasu to the top of a hill, to supply Southern California.

The Hinds pumping plant, last of five major pumping stations along the Colorado River Aqueduct, in Hayfield Lake, California, May 18, 2015. The gravity system plant pumps water coming from Lake Havasu to the top of a hill, to supply Southern California.

การประหยัดน้ำที่ได้ผลวิธีหนึ่งคือการเปลี่ยนมาปลูกพืชพื้นเมืองในสวนแทนต้นไม้ที่นิยมกันตามปกติ

หลายส่วนในภาคตะวันตกของสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับความแห้งแล้งอย่างรุนแรง ผู้อยู่อาศัยในบริเวณดังกล่าวขาดแคลนน้ำ ขณะที่ไฟป่าทำลายพื้นที่ไปแล้วหลายส่วน

เมืองทางใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนียยังคงต้องเจอกับความแห้งแล้งต่อไปอีกปีหนึ่ง และผู้คนที่ได้รับผลกระทบต้องปรับตัวกับการขาดแคลนน้ำ หนึ่งในนั้นคือ Jan Muntz เธอกล่าวว่าที่บ้านต้องเปลี่ยนรูปแบบการปลูกต้นไม่ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ เพราะต้นไม้บางต้นอยู่มานานเกือบหนึ่งร้อยปีแล้ว

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าไม้ที่อาศัยน้ำมาก มักไม่ใช่พืชท้องถิ่นของแคลิฟอร์เนีย หน่วยงานต่างๆ จึงรณรงค์ให้คนปลูกไม้พื้นเมืองที่ทนทานต่ออากาศแล้งได้ ที่ผ่านมาหลายปีการให้ข้อมูลประชาชนทำให้หลายคนเริ่มสนใจเอาพืชท้องถิ่นมาประดับสวนกันมากขึ้น

Kitty Connolly จากมูลนิธิ Theodore Payne Foundation กล่าวว่าการปลูกพืชท้องถิ่นแทนต้นไม้แต่งสวนแบบที่นิยมกัน อาจสามารถประหยัดน้ำได้ราว 50% ถึง 80%

ขณะเดียวกันนักพยากรณ์อากาศ Bill Patzert กล่าวว่า หน้าหนาวปีนี้อาจไม่มีปัญหาน้ำแล้ง เพราะมาตรการบรรเทาความแห้งแล้งที่ผ่านมาได้ผลไม่น้อยทีเดียว และเขาหวังว่าปรากฏการณ์ El Nino ที่จะมาถึงจะมาพร้อมกับฝนที่มากขึ้นช่วงปลายปี

A boy touches the horn of a dead cow at the El Rosario farm in San Francisco Libre town August 19, 2014. According to a recent report by the Famine Early Warning Systems Network (FEWS NET),

A boy touches the horn of a dead cow at the El Rosario farm in San Francisco Libre town August 19, 2014. According to a recent report by the Famine Early Warning Systems Network (FEWS NET),

El Nino เป็นปรากฏการณ์การอุ่นขึ้นของน้ำในทะเลแปซิฟิค และนักวิทยาศาสตร์คาดว่าจะเกิด El Nino ครั้งใหญ่ปลายปีนี้ยาวไปถึงปีหน้า

Bill Patzert อธิบายว่า El Nino น่าจะนำฝนมาบริเวณภาคตะวันตกของสหรัฐฯ รวมถึงประเทศเปรู และเอกวาดอร์ แต่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทางเหนือของออสเตรเลียน่าจะเจอกับความแห้งแล้งรุนแรง

ปกติ El Nino กินเวลาหนึ่งปี แต่ปรากฏการณ์ที่มีผลยาวนานกว่าคือการเปลี่ยนแปลงที่เรียกว่า PDO หรือ Pacific Decadal Oscillation ซึ่งทำให้เกิดได้ทั้งความเย็นและความอุ่น

นักวิทยาศาสตร์ Nate Mantua ให้สัมภาษณ์ผ่าน Skype ว่าหาก PDO เป็นรูปแบบของการนำพาความอุ่นมาให้ จะเกิดฝนในสหรัฐฯ และตอนเหนือของเม็กซิโก ซึ่งหมายความว่าภาวะแห้งแล้งที่เป็นอยู่อาจหยุดช่วงลงได้

อย่างไรก็ตามเขายอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะคาดเดาอากาศได้อย่างแม่นยำ ในปรากฏการณ์ El Nino สองครั้งที่ผ่านมาเกิดการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วไปสู่อากาศเย็น และตามมาด้วยช่วงที่ยาวนานของ PDO เขาบอกว่าความเป็นไปได้หนึ่งของปีนี้คือ สหรัฐฯ อาจมีฝนเข้ามามากกว่าปกติเป็นระยะเวลาสั้นๆ เพียงหนึ่งปี

สำหรับชาวแคลิฟอเนียที่ปรับต้นไม้ในสวนไปเรียบร้อยแล้ว พวกเขาหวังว่าสวนใหม่ที่มีพืชท้องถิ่นนี้จะสามารถทนต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ ไม่ว่าจะร้อนหรือหนาว ฝนหรือแล้งก็ตาม


(รายงานโดย Elizabeth Lee / เรียบเรียงโดยรัตพล อ่อนสนิท)

XS
SM
MD
LG