ลิ้งค์เชื่อมต่อ

หนังสือเรื่อง Triump of The Cities เสนอเรื่องราวความสำเร็จของเมืองใหญ่ๆทั่วโลก

  • Faiza Elmasry
  • Thaksina Khaikaew

หนังสือเรื่อง Triump of The Cities เสนอเรื่องราวความสำเร็จของเมืองใหญ่ๆทั่วโลก

หนังสือเรื่อง Triump of The Cities เสนอเรื่องราวความสำเร็จของเมืองใหญ่ๆทั่วโลก

นักเศรษฐศาสตร์สหรัฐเขียนหนังสือเกี่ยวกับเมืองใหญ่หลายแห่งทั่วโลกชี้ว่าวิถีชีวิตในเขตเมืองดีที่สุดในยุคปัจจุบันเพราะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจและประหยัดพลังงานเพราะคนในเมืองขับรถน้อนลงและมีที่อยู่อาศัยขนาดย่อมกว่า

คุณเอ็ดเวิร์ด เกลเซอร์ เป็นนักเศรษฐศาสตร์ชาวสหรัฐ เขาเขียนหนังสือเล่มใหม่เรื่อง Triumph of the City ที่ชี้ว่าเมืองใหญ่น่าอยู่ที่สุด หนังสือเรื่อง Triumph of the City นำเสนอเรื่องราวความสำเร็จของเมืองใหญ่หลายๆแห่งตั้งแต่บอสตัน กรุงลอนดอน จนถึงกรุงโตเกียว บังกาลอร์และคินชาช่า


ในหนังสือผู้เขียนอธิบายถึงเหตุผลที่เมืองกลายเป็นศูนย์กลางความรื่นรมย์ตั้งแต่ร้านอาหาร ซุปเปอร์มาเก็ต โรงหนังและพิพิทธิภัณฑ์ และแหล่งผลิตทางอุตสาหกรรม เขาบอกว่า เมืองใหญ่เป็นแหล่งสร้างโอกาสงานใหม่และเป็นแหล่งสร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ประเทศที่มีประชากรกว่าครึ่งหนึ่งอาศัยในเขตเมืองจะร่ำรวยกว่าประเทศที่ประชากรไม่ถึงครึ่งอาศัยในเขตเมืองโดยเฉลี่ยเกินสี่เท่าตัว

ส่วนปัญหาความยากจนที่เกิดขึ้นในเมืองสมัยใหม่ คุณเอ็ดเวิร์ด เกลเซอร์ ผู้เขียนบอกว่าเมืองใหญ่ไม่ได้ทำให้คนยากจนลงแต่ดึงดูดคนจนให้เข้าไปอาศัยเพราะมีโอกาสให้คนจนหลุดพ้นจากความยากจน มีโอกาสทำงานร่วมกับคนอื่นที่มีความสามารถแตกต่างกันไป แต่ไม่ใช่คนจนทุกคนจะประสบความสำเร็จตามที่กล่าวนี้

ตั้งแต่โบราณกาล เมืองใหญ่ดึงดูดคนฉลาดให้เข้าไปอยู่อาศัยและทำงานร่วมกันเพื่อนำสังคมให้ก้าวหน้า แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ เมืองใหญ่ต่างๆผ่านร้อนผ่านหนาวมากมายเนื่องจากหนทางแห่งวิวัฒนาการไม่ได้โปรยด้วยดอกกุหลาบ

คุณเอ็ดเวิร์ด เกลเซอร์ ผู้เขียนหนังสือ Triumph of the City กล่าวกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่าในยุค

เซเว่นตี้ส์ โลกาภิวัตน์กับความก้าวหนาทางเทคโนโลยีทำให้ระยะทางไม่ใช่ปัจจัยสำคัญอีกต่อไป เมืองใหญ่ๆในยุคนั้นเกือบหมดความสำคัญลง แต่ในห้วงสามสิบปีที่ผ่านมา เมืองใหญ่หลายๆแห่งฟื้นคืนความสำคัญขึ้นมาอีกครั้งเพราะได้ประโยชน์จากโลกาภิวัตน์และเทคโนโลยีสมัยใหม่นี่เองที่ช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจมากมายไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลก

ผู้เขียนเชื่อว่าการที่คนส่วนใหญ่อาศัยในเขตเมืองเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมด้วย คนในเมืองขับรถยนตร์น้อยลง ใช้บริการการขนส่งมวลชน หรือไม่ก็ขับรถในระยะสั้นๆทำให้ปล่อยก้าสคาร์บอนไดออกไซด์น้อยลง ที่อยู่อาศัยในเมืองมีขนาดเล็กช่วยประหยัดพลังงานโดยเฉพาะตึกสูง แต่ไม่จำเป็นต้องสูงมากแค่สี่ถึงแปดชั้นก็ช่วยประหยัดพลังงานกว่าบ้านเป็นหลังๆ

ทางด้านคุณไมเคิล เมฮัฟฟี่ สถาปนิกและนักออกแบบผังเมืองไม่เห็นด้วยกับหนังสือเรื่องนี้ เขากล่าวว่าการส่งเสริมให้คนอาศัยในเมืองอย่างหนาแน่นไม่ใช่วิธีการพัฒนาคุณภาพชีวิตเสมอไป

คุณไมเคิล เมฮัฟฟี่ สถาปนิกและนักออกแบบผังเมืองกล่าวว่า การอยู่อาศัยที่หนาแน่นในเมืองเมื่อถึงจุดหนึ่งอาจจะไม่เป็นประโยชน์ ในบางกรณีอาจจะมีผลดี แต่ในบางกรณีอาจจะสร้างผลเสีย

สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการวางผังเมืองในปัจจุบันนี้น่าจะเป็นการสร้างเขตที่อยู่อาศัยที่มีความหนาแน่นแตกต่างกันไปแล้วแต่จุดประสงค์ อาทิ เขตที่อยู่อาศัยที่หนาแน่นรอบๆจุดที่มีบริการขนส่งมวลชนและเขตที่อยู่อาศัยที่หนาแน่นน้อยลงแล้วแต่วิถีชีวิตที่ต่างออกไปแล้วแต่ช่วงอายุและโอกาสในชีวิตที่แตกต่างกันไป เขาบอกว่า คนทุกสาขาอาชีพในปัจจุบันอยากที่จะอยู่ในชุมชนที่สะดวก มีสิ่งแวดล้อมของความเป็นเมืองแบบต่างๆแต่ไม่จำเป็นต้องเป็นเมืองใหญ่ๆเสมอไป

โฉมหน้าของเมืองต่างๆในยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดกำลังถูกปรับเปลี่ยนในห้วงที่สิ่งแวดล้อมและภาวะเศรษฐกิจกลายเป็นข้อคำนึงสำคัญในการวางผังเมือง

XS
SM
MD
LG