ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ทางการจีนเตรียมหารือแผนพัฒนาประเทศห้าปีในสัปดาห์หน้าท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว


People walk past a large videoscreen showing Chinese President Xi Jinping during his trip to the United States from Chinese state broadcaster CCTV in an office building in Beijing, Sept. 25, 2015.

People walk past a large videoscreen showing Chinese President Xi Jinping during his trip to the United States from Chinese state broadcaster CCTV in an office building in Beijing, Sept. 25, 2015.

ในไตรมาสที่สามผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติจีนโตเพียงร้อยละ 6.9 ต่ำสุดในรอบหกปี

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนจะประชุมกันในสัปดาห์หน้า ซึ่งผู้สังเกตการณ์คาดหมายกันว่าเป็นการหารือเพื่อวางแผนระยะห้าปีของประเทศ ท่ามกลางการชะลอลงของเศรษฐกิจในไตรมาสที่สาม ซึ่งผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติจีนโตเพียงร้อยละ 6.9 ต่ำสุดในรอบหกปี

สื่อจีนรายงานว่าการวางแผนห้าปีครั้งที่จะถึงนี้ซึ่งเป็นครั้งที่ 13 เจ้าหน้าที่จะให้ความสนใจกับแนวทางการกระตุ้นให้รายได้ต่อหัวของประชาชนให้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในปี ค.ศ. 2020 เทียบกับปี 2010 เท่ากับว่าขณะนี้กรุงปักกิ่งเดินทางมาครึ่งทางของแผนดังกล่าว

นักวิเคราะห์ Dan Steinbock จาก สถาบัน India, China and American Institute กล่าวว่า แผนห้าปีของรัฐบาลปักกิ่งจะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตเศรษฐกิจของจีน เขาบอกว่าการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจจะสร้างความปวดหัวให้กับทางการ มากยิ่งกว่าการเพิ่มรายได้ของประชาชน

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ผู้นี้บอกว่าเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องมีการปฏิรูป ซึ่งต้องทำอย่างระมัดระวัง หากว่าปฏิรูปเร็วเกินไป แรงส่งทางเศรษฐกิจอาจลดลงและอาจทำให้คนตกงาน รวมถึงสร้างความระส่ำระสายทางสังคม แต่หากว่าปฏิรูปอย่างไม่ทันการณ์ การเกิดภาวะฟองสบู่ขึ้นได้

แหล่งข่าวกล่าวว่ารัฐบาลปักกิ่งตั้งใจที่จะวางรากฐานของการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป และต้องการกระตุ้นภาคบริการ เร่งการพัฒนาด้านนวัตกรรมทางการเกษตร รวมไปถึงแผนส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค ซึ่งน่าจะมีเรื่องการผลักดันเศรษฐกิจเขตเมืองและเขตชนบทอย่างมีประสิทธิภาพด้วย

ขณะที่ทางการจีนได้ส่งสัญญาณว่าเป้าการขยายตัวของเศรษฐกิจทั้งปีน่าจะอยู่ประมาณร้อยละ 7 และอาจจะยืดหยุ่นจากตัวเลขดังกล่าวได้บ้าง นักวิเคราะห์บางคนชี้ให้เห็นถึงตัวเลขที่น่าเป็นห่วงจากภาคการผลิต

เศรษฐกิจจีนที่ขยายตัว 6.9% ในไตรมาสที่แล้ว ได้แรงส่งจากภาคบริการเป็นหลังที่โตถึงร้อยละ 8.4 แซงหน้าภาคการผลิตที่ขยายตัวร้อยละ 6 ส่วนภาคเกษตรโตเพียง 3.8% ในไตรมาสที่แล้ว

นักธุรกิจอย่าง David Lee ประธานบริษัท Kingcan Holdings ผู้ผลิตกระป๋อง ที่เมืองฟูเจี้ยนกล่าววว่า ความต้องการสินค้าโดยทั่วไปในหลายบริเวณไม่เติบโต และมีบริษัทไต้หวันบางแห่งต้องลดการผลิตในจีน เขาบอกว่าที่เมืองตงกวนแห่งมณฑลกวางตุ้ง มีโรงงานที่ต้องปิดตัวลงไปด้วย

ส่วนอาจารย์ Lu Hong-te จากมหาวิทยาลัย Chung Yuan Christian University กล่าวว่า ธุรกิจขนาดเล็กที่ขายสินค้าในตลาดล่างกำลังเจอแรงกดดัน และอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่บางรายต้องเลิกกิจการในที่สุด



(รายงานโดย Joyce Huang / เรียบเรียงโดยรัตพล อ่อนสนิท)

XS
SM
MD
LG