ลิ้งค์เชื่อมต่อ

โครงการ "หนึ่งวงแหวน-หนึ่งถนน" ของจีน กำลังก่อเสียงวิจารณ์ดังขึ้นในยุโรป


Map illustrating China's "One Belt, One Road" megaproject at the Asian Financial Forum in Hong Kong, Jan. 18, 2016.

Map illustrating China's "One Belt, One Road" megaproject at the Asian Financial Forum in Hong Kong, Jan. 18, 2016.

มีผู้ตั้งคำถามถึงผลกระทบของโครงการถนนสายไหมยุคใหม่ ที่ถูกมองว่าเกิดขึ้นเพราะปัจจัยทางการเมือง แต่ยังขาดโครงสร้างพื้นฐานรองรับ

ในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ จีนได้ลงนามในข้อตกลงด้านการค้าและการลงทุนหลายฉบับกับประเทศในยุโรปหลายประเทศ เช่น อังกฤษ กรีซ และโปรตุเกส ซึ่งก่อให้เกิดคำถามและเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับการขยายบทบาททางเศรษฐกิจของจีนเข้าสู่ยุโรป

นักวิเคราะห์ระบุว่า สิ่งที่สะท้อนถึงการแผ่อิทธิพลของจีนเข้าไปในยุโรปได้ดีที่สุด คือโครงการ 'หนึ่งวงแหวน หนึ่งถนน' หรือ One Belt, One Road ที่จีนพยายามขยายเข้าไปทั่วดินแดนยุโรป ซึ่งบางส่วนของโครงการที่ยิ่งใหญ่มโหฬารนี้ได้บรรลุความจริงแล้ว หลังจากมีหลายเมืองในจีนที่เชื่อมต่อกับบางส่วนของยุโรปผ่านทางรถไฟ เช่น เมือง Suzhou กับ Warsaw เมือง Lianyugang กับ Rotterdam เมือง Chongqing กับ Duisburg และเมือง Zhengzhou กับ Hamburg

ผู้นำหลายคนในยุโรป เช่น นายกฯ อังกฤษ เดวิด แคเมร่อน และนายกฯ เยอรมนี นางอังเกล่า เมอร์เคิ่ล ออกมาแสดงความสนับสนุนโครงการ One Belt, One Road โดยเฉพาะโครงการถนนสายไหมยุคใหม่ที่เชื่อมโยงระหว่างเอเชียกับยุโรป

หลายประเทศในยุโรปยังได้เข้าร่วมในธนาคารเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเอเชียหรือ AIIB ที่จีนเป็นหัวเรือใหญ่ และยังได้เชิญให้จีนเข้าร่วมในธนาคารเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาของสหภาพยุโรปหรือ EBRD ด้วย

อย่างไรก็ตาม มีผู้ตั้งคำถามถึงผลกระทบของโครงการถนนสายไหมยุคใหม่ ที่ถูกมองว่าเกิดขึ้นเพราะปัจจัยทางการเมือง แต่ยังขาดโครงสร้างพื้นฐานรองรับ รางรถไฟที่เชื่อมต่อระหว่างเอเชียกับยุโรปส่วนใหญ่ก็เป็นรางที่สร้างไว้ก่อนที่จีนจะประกาศโครงการนี้ออกมา และรถไฟส่งสินค้าที่วิ่งระหว่างสองทวีปนี้ก็มีจำนวนไม่มากนัก คือหนึ่งขบวนต่อสัปดาห์หรือสองสัปดาห์เท่านั้น

The New Silk Road

The New Silk Road

คุณ Mathieu Duchatel แห่งสภาความสัมพันธ์ต่างชาติของสหภาพยุโรป กล่าวว่าโอกาสที่โครงการ One Belt, One Road จะสำเร็จลุล่วงภายในเวลา 5 ปี ตามแผนที่วางไว้นั้น มีไม่มากนัก โดยเฉพาะโครงการในส่วนที่อยู่ในปากีสถาน ที่เรียกว่า China Pakistan Economic Corridor Plan หรือ CPEC ซึ่งเป็นโครงการตัดถนนความยาว 2,400 กม.เชื่อมต่อระหว่างเมือง Kashgar ติดกับชายแดนจีน ไปยังเมืองท่า Gwadar ติดทะเลอาระเบียนในจังหวัด Baluchistan ของปากีสถาน

โครงการที่ว่านี้ต้องตัดผ่านพื้นที่ที่ขาดความมั่นคงทางการเมือง และบางแห่งครอบครองโดยกลุ่มติดอาวุธ ทำให้เกิดความเสื่ยงด้านความปลอดภัยต่อนักลงทุนชาวจีนที่จะเดินทางผ่านบริเวณนั้น

Prime Minister Muhammad Nawaz Sharif Chaired Meeting on CPEC with Leading Political Leaders at PM House January 15, 2016

Prime Minister Muhammad Nawaz Sharif Chaired Meeting on CPEC with Leading Political Leaders at PM House January 15, 2016

นอกจากนี้ยังมีคำถามตามมามากมายเกี่ยวกับแรงจูงใจของจีน และความทะเยอทะยานทางภูมิศาสตร์การเมืองกับความต้องการที่แท้จริงในด้านธุรกิจ ตลอดจนคำถามว่าบริษัทจีนจะสามารถแข่งขันกับบริษัทจากอเมริกาเหนือที่ครองตลาดในยุโรปอยู่ได้หรือไม่

คุณ Graham D. Robinson แห่งบริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุน Global Construction Perspectives ตั้งข้อสังเกตว่า การลงทุนบางอย่างของจีนมุ่งเน้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในภูมิภาคนี้ เช่น ข้อตกลงสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในอังกฤษ และข้อตกลงซื้อหุ้นในบริษัทท่าเรือของกรีซ ซึ่งทำให้ประเทศอย่างอังกฤษและกรีซ ให้การสนับสนุนโครงการ One Belt, One Road อย่างชัดเจน

แต่ในขณะเดียวกัน จีนก็พยายามกระตุ้นอุตสาหกรรมในประเทศผ่านการลงทุนในประเทศอื่น โดยเฉพาะภาคการก่อสร้างและอุตสาหกรรมหนัก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ฝรั่งเศสยังลังเลที่จะสนับสนุนจีน เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่ออุตสาหกรรมก่อสร้างของฝรั่งเศสที่เป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ

และในขณะที่เศรษฐกิจจีนเองกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะถดถอย ทำให้นักวิเคราะห์เกิดความกังวลว่า ในที่สุดแล้วจีนจะสามารถผลักดันโครงการขนาดใหญ่ต่างๆที่กล่าวมานี้ ให้สำเร็จลุล่วงได้จริงหรือไม่?

(ผู้สื่อข่าว Saibal Dasgupta รายงาน / ทรงพจน์ สุภาผล เรียบเรียง)

XS
SM
MD
LG