ลิ้งค์เชื่อมต่อ

นักวิจัยในสหรัฐชี้ว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นไม่ช่วยให้สุขภาพเด็กในประเทศกำลังพัฒนาดีขึ้นตามไปด้วย

  • Steve Baragona


นักวิจัยในสหรัฐตั้งข้อกังขาว่าการส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการยกระดับโภชนาการของเด็กๆ ในประเทศรายได้น้อยและรายได้ปานกลาง

ศาสตราจารย์ Subu Subramanian ผู้เชี่ยวชาญแห่ง Harvard School of Public Health เปิดเผยว่าอินเดียว่าเป็นประเทศที่ระดับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือ GDP สูงขึ้นมากกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเกือบ 20 ปีที่ผ่านมาซึ่งถือว่าสูงขึ้นเร็วกว่าประเทศตะวันตกส่วนใหญ่

แต่เเม้อินเดียจะมีระดับ GDP ที่สูงขึ้น แต่มากกว่า 2 ใน 5 ของเด็กในอินเดียมีน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์และเกือบครึ่งหนึ่งเป็นเด็กที่อัตราการเจริญเติบโตต่ำเพราะไม่ได้รับสารอาหารเพียงพอตั้งเเต่เล็กๆ ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าสถานการณ์นี้ยังไม่ดีขึ้นมากนักเป็นเวลานานร่วม 20 กว่าปีแล้ว

ศาสตราจารย์ Subu Subramanian และทีมงานพบว่าเศรษฐกิจอินเดียที่เติบโตขึ้นไม่ส่งผลให้สุขภาพของเด็กอินเดียดีขึ้นตามไปด้วย พวกเขาต้องการค้นหาว่าเกิดอุบัติการณ์เเบบเดียวกันนี้ในประเทศอื่นๆ ที่รายได้ประเทศเพิ่มขึ้นหรือไม่

ทีมงานวิจัยทำการศึกษาผลสำรวจด้านสุขภาพที่จัดทำตั้งเเต่ปีพุทธศักราช 2533 ในประเทศรายได้ต่ำและรายได้ปานกลาง 36 ประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ในชาติอาฟริกาทางใต้ของทะเลทรายซาฮาร่า

ผลการวิจัยเรื่องนี้ได้ตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet Global Health นักวิจัยได้เทียบจีดีพีที่เพิ่มขึ้นในประเทศต่างๆ ว่าช่วยลดปัญหาเด็กน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์และเด็กเเคระเเกร็นหรือไม่

ศาสตราจารย์ Subramanian กล่าวว่าการเพิ่มขึ้นของเหล่านี้เเทบไม่มีผลอะไรเลยต่อการปรับปรุงด้านโภชนาการในเด็ก

ผู้สื่อข่าววีโอเอรายงานว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นทุก 5 เปอร์เซ็นต์มีผลให้ปัญหาเด็กแคระเเกร็นลดลงมาเเค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ศาสตราจารย์ Subramanian กล่าวว่าการลงทุนที่ช่วยเพิ่มจีดีพีในประเทศไม่ได้เป็นการลงทุนในด้านที่ช่วยปรับปรุงสุขภาพของเด็ก เขาวิจารณ์รัฐบาลอินเดียที่สร้างถนนไฮเวย์และสนามบินเพิ่มขึ้นในขณะประเทศยังขาดการสุขาภิบาลขั้นพื้นฐานและเน้นว่าส่วนหนึ่งของจีดีพีที่เพิ่มขึ้นควรนำไปใช้ในการพัฒนาแหล่งน้ำดื่มสะอาด จัดทำระบบน้ำเสีย ส่งเสริมการฉีดวัคซีนในเด็ก ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมตลอดจนการพัฒนาด้านอื่นๆ

ศาสตราจารย์ Subramanian หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวกับผู้สื่อข่าววีโอเอว่าหากไม่มีการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของเด็กและประชาชนโดยตรง การเพิ่มขึ้นของจีดีพีก็จะไม่มีความหมายมากนัก

อย่างไรก็ตาม คุณ Lawrence Haddad หัวหน้า Institute for Development Studies ไม่เห็นด้วยกับข้อสรุปของผลการวิจัยนี้

คุณ Haddad กล่าวว่าให้ดูประเทศเวียดนาม กาน่า และ บราซิลเป็นตัวอย่างที่ปัญหาทุพโภชนาการในเด็กได้ลดลงมาตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา โดยการเพิ่มขึ้นของจีดีพีส่งผลให้ปัญหาเด็กขาดสารอาหารลดลงครึ่งหนึ่ง

คุณ Haddad กล่าวว่าอีกครึ่งหนึ่งของปัญหาลดลงเนื่องจากมีการลงทุนด้านแหล่งน้ำ ระบบสุขาภิบาล โครงการส่งเสริมสุขภาพและโภชนาการที่ดี เขากล่าวว่าสุขภาพของเด็กในประเทศจะดีได้ต้องมาจากทั้งสองปัจจัยนั่นก็คือการเพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศกับการลงทุนอย่างถูกทางเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในประเทศ
XS
SM
MD
LG