ลิ้งค์เชื่อมต่อ

สารเคมีพีเอฟซีมีผลให้วัคซีนป้องกันโรคในเด็กด้อยประสิทธิภาพ

  • Jessica Berman
  • Thaksina Khaikaew

ผลการศึกษาพบว่าหากเด็กได้รับสารเคมีที่เรียกว่า PFCs เข้าไปในร่างกายในระดับสูง ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายจะไม่ค่อยตอบสนองต่อวัคซีนเท่าที่ควรทำให้ร่างกายไม่ตอบสนองในการสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาป้องกันโรค

สารพีเอฟซี เป็นกลุ่มสารที่พบได้ทั่วไปในสิ่งแวดล้อมและในของใช้รอบๆตัวเรานะคะ ตั้งแต่เสื้อผ้า พรม กระทะเคลือบจำพวกเทฟล่อน ผลิตภัณฑ์กันเปื้อนต่างๆและบรรจุภัณฑ์อาหาร


สารพีเอฟซี ย่อยสยายยากมาก จึงตกค้างในร่างกายและในสิ่งแวดล้อม

พบว่าคนเราเกือบทุกคนมีปริมาณสารพีเอฟซีในร่างกายในระดับใดระดับหนึ่งเพราะได้รับจากเสื้อผ้าที่สวมใส่ ผลิตภัณฑ์บรรจุอาหารหรือไม่ก็จากการดื่มน้ำที่มีสารเคมีตัวนี้ปนเปื้อน

ผลการศึกษาที่ตีพิพม์ในวารสาร the Journal of the American Medical Association เมื่อปลายเดือนมกราคม ชี้ว่า สารเคมีพีเอฟซี มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพของวัคซีนสองชนิดที่ฉีดให้กับเด็กเล็ก คือ วัคซีนโรคคอตีบ กับโรคบาดทะยัก

นายแพทย์ ฟิลลิป กรองชอง แห่งมหาวิทยาลัย Harvard School of Public Health ในรัฐแมสสาชูเซ็ทส์กับทีมงานพบว่า เด็กทารกได้รับสารพีเอฟซีตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา และรับเพิ่มเข้าไปอีกในภายหลังเพราะมีสารพีเอฟซีปะปนอยู่ในสภาพแวดล้อมรอบตัว ผู้เชี่ยวชาญพบว่าเด็กเหล่านี้มีภูมิต้านทานต่อโรคบาดทะยักและคอตีบลดลง

นายแพทย์กรองชองและทีมงานตรวจวัดคุณภาพของวัคซีนต่างๆที่เด็กได้รับตามช่วงวัย ด้วยการตรวจดูระดับความเข้มข้นของแอนติบอดี้ที่ร่างกายเด็กสร้างขึ้นมาต่อต้านโรคคอตีบและบาดทะยักในเลือด

การฉีดวัคซีนเป็นการฉีดตัวเชื้อโรคมีชีวิตในปริมาณเล็กน้อยเข้าไปในร่างกายเพื่อกระตุ้นให้สร้างภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคชนิดนั้น นายแพทย์กรองชองกล่าวว่าเด็กที่ได้รับสารพีเอฟซีในปริมาณมาก จะสร้างภูมิคุ้มกันโรคบาดทะยักและคอตีบในปริมาณต่ำมาก

นายแพทย์กรองชองกล่าวว่า เด็กบางคนมีภูมิคุ้มกันต่อสองโรคนี้ต่ำมาก จนแทบจะไม่มีผลในการป้องกันโรคเลยเมื่ออายุครบเจ็ดขวบ ทั้งๆที่ได้รับวัคซีนป้องกันไปแล้วครบสี่ครั้งตามกำหนดช่วงอายุ

นายแพทย์กรองชอง กล่าวว่า ภายหลังการศึกษานี้ แพทย์ได้ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักและคอตีบให้เด็กกลุ่มนี้อีกครั้ง แต่ไม่แน่ใจว่าจะมีผลในการป้องกันโรคได้แค่ไหน

นอกจากนี้ ทีมแพทย์ยังพบหลักฐานที่ชี้ว่าความบกพร่องของการสร้างภูมิคุ้นกันในร่างกายเด็กในลักษณะนี้ อาจเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคชนิดอื่นๆด้วย

นายแพทย์กรองชอง แห่งมหาวิทยาลัย Harvard School of Public Health ในรัฐแมสสาชูเซ็ทส์ กล่าวว่า การฉีดวัคซีนเป็นวิธีป้องกันโรคสำคัญที่ใช้กันในปัจจุบัน ทุกคนอยากให้เด็กๆได้รับวัคซีน แต่นี่จะกลายเป็นปัญหาแน่นอนหากวัคซีนใช้ไม่ได้ผลเนื่องจากระบบสร้างภูมิต้านทานในร่างกายเด็กด้อยประสิทธิภาพลงเพราะมีมลภาวะในร่างกาย จากการได้รับสารเคมีพีเอฟซีตกค้างในร่างกายปริมาณมาก

การศึกษาเรื่องนี้มีเด็ก 587 คนเข้าร่วม เด็กเหล่านี้เกิดตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2542 – 2544 เด็กเหล่านี้อายุ 11 ถึง 13 ปี อาศัยอยู่ที่ประเทศ Faroe Islands ตั้งอยู่ในทะเลนอร์เวเจี่ยน เกาะนี้อยู่ระหว่างสก็อตแลนด์กับไอซ์แลนด์ เหตุที่นักวิจัยเลือกศึกษาเด็กบนเกาะนี้เพราะคนท้องถิ่นรับประทานอาหารทะเลเป็นหลักและมีระดับสารพีเอฟซีตกค้างอยู่ในอาหารสูง

นายแพทย์กรองชองกล่าวว่ามลภาวะจากสารพีเอฟซีเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลกและต้องการการแก้ไขในระดับนานาชาติ เขาชี้ว่าในขณะที่สรัฐได้เลิกผลิตสารพีเอฟซีแล้ว สารเคมีตัวนี้ยังผลิตออกมาใช้กันอยู่ในหลายชาติ อาทิ จีน และนำไปใช้ในการผลิตสินค้ามากมายที่นำเข้าโดยสหรัฐ และยังใช้ในสินค้าที่ผลิตในสหรัฐเองด้วย

XS
SM
MD
LG