ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ข่าวธุรกิจ: Toyota เรียกคืนรถยนต์เพิ่มอีกกว่า 3 ล้านคันทั่วโลก รวมทั้ง Prius และ Lexus


FILE - A Prius is displayed by Toyota at an event in Las Vegas, Sept. 8, 2015.

FILE - A Prius is displayed by Toyota at an event in Las Vegas, Sept. 8, 2015.

ผู้นำสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก ร่วมประชุมสุดยอดแถบอเมริกาเหนือ / ชาวอเมริกันใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม


Toyota เรียกคืนรถยนต์เพิ่มอีกกว่า 3 ล้านคันทั่วโลก รวมทั้ง Prius และ Lexus

บริษัทรถยนต์ Toyota ประกาศเรียกคืนรถยนต์เพิ่มอีกมากกว่า 3 ล้านคันทั่วโลก สืบเนื่องจากปัญหาที่ถุงลมนิรภัยและระบบควบคุมไอเสีย

อย่างไรก็ตาม การเรียกคืนครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับถุงลมนิรภัยที่ผลิตโดยบริษัท Takata ที่นำไปสู่การเรียกคืนรถยนต์มากกว่า 100 ล้านคันของหลายบริษัทในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

สำหรับการเรียกคืนครั้งล่าสุดนี้ ครอบคลุมถึงรถยนต์ไฮบริดรุ่น Prius และ Lexus CT200h ซึ่งผลิตระหว่างปี ค.ศ. 2008 – 2012 ที่พบว่ามีรอยแตกเล็กๆ ที่ตัวสูบลมในระบบถุงลมนิรภัย ซึ่งอาจทำให้ถุงลมนิรภัยนั้นขยายตัวขึ้นเองได้

นอกจากนี้ รถ Toyota Prius และ Corolla บางรุ่น ที่ผลิตระหว่างปี 2006 – 2015 ก็ถูกเรียกคืนเพื่อตรวจสอบระบบควบคุมไอเสียซึ่งอาจมีรอยแตกที่ทำให้เชื้อเพลิงรั่วไหลได้เช่นกัน

ผู้นำสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก ร่วมประชุมสุดยอดแถบอเมริกาเหนือ

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บารัค โอบาม่า นายกรัฐมนตรีแคนาดา จัสติน ทรูโด และประธานาธิบดีเม็กซิโก เอ็นริเก้ พีน่า นิเอโต้ ร่วมประชุมสุดยอดผู้นำประเทศแถบอเมริกาเหนือ หรือ North American Summit ที่กรุงออตตาว่า ประเทศแคนาดา ในวันพุธ

ผู้นำสามประเทศหารือกันในเรื่องการกระตุ้นการค้าและการลงทุนระหว่างสามประเทศภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีแถบอเมริกาเหนือหรือ NAFTA และข้อตกลงการค้า Trans-Pacific Partnership หรือ TPP ที่กำลังอยู่ในการพิจารณาของรัฐสภาของทั้งสามประเทศ รวมทั้งเรื่องการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดร่วมกัน ตลอดจนการต่อต้านมาตรการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศของตัวเอง

ผู้นำทั้งสามประเทศเห็นพ้องกันว่า การประชุม North American Summit คือโอกาสสำคัญในการเน้นย้ำความสำคัญของประเทศแถบอเมริกาเหนือที่มีต่อเศรษฐกิจโลก

ชาวอเมริกันใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานว่า ปริมาณการใช้จ่ายของผู้บริโภคอเมริกันในเดือน พ.ค. เพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน ซึ่งเป็นผลมาจากยอดขายรถยนต์และสินค้าคงทนต่างๆ เพิ่มขึ้น และชี้ให้เห็นว่าอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ น่าจะสูงกว่าที่คาดไว้คือประมาณ 2.7%

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่าความขมุกขมัวในตลาดการเงินโลก เนื่องจากการลงประชามติของชาวอังกฤษให้แยกตัวออกจากสหภาพยุโรป อาจส่งผลต่อความมั่นใจของผู้บริโภค และทำให้ชาวอเมริกันเก็บออมมากขึ้นแทนการใช้จ่าย

XS
SM
MD
LG