ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ข่าวธุรกิจสำหรับ 15 เมษายน 2555

  • VOA Newsroom
  • Nittaya Maphungphong

จีนปล่อยค่าเงินหยวนลอยตัวได้มากขึ้น จากบวกลบ .5% เป็นหนึ่งเปอร์เซ็นต์ นายกรมต. และผวก. ธนาคารกลางจีนกล่าวว่าเงื่อนไขขณะนี้เหมาะที่จะทำ ประธานาธิบดีโอบาม่า เรียกร้องให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบต่อกม. ปฏิรูปภาษีเงินได้ สายการบิน Air India ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินเกือบหกพันล้านดอลล่าร์จากรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาหนี้เพราะขาดทุนติดต่อกันมาหลายปีแล้ว “Titanic” 3-D ที่เปิดฉายเมื่อสุดสัปดาห์ทำเงินในตลาดต่างประเทศ 69 แห่งมากกว่า 190 ล้านดอลล่าร์ เฉพาะในเมืองจีนทำเงินได้ 58 ล้านดอลล่าร์

จีนปล่อยค่าเงินหยวนลอยตัวได้มากขึ้น จากบวกลบ .5% เป็นหนึ่งเปอร์เซ็นต์ นายกรมต. และผวก. ธนาคารกลางจีนกล่าวว่าเงื่อนไขขณะนี้เหมาะที่จะทำ

จีนปล่อยให้เงินหยวนลอยตัวได้มากขึ้น เพื่อจะให้เงินของตนกลายมาเป็นเงินสกุลนานาชาติได้ ธนาคารกลางของจีนประกาศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่าจะปล่อยให้เงินหยวนลอยตัวได้ในอัตราบวกลบ 1% เพิ่มมากกว่าที่กำหนดไว้เดิม .5% โดยจะเริ่มซื้อขายกันได้ในอัตราใหม่นี้ในวันจันทร์ที่ 16 เมษายน

ประเด็นเรื่องค่าเงินหยวนนี้ บรรดาประเทศคู่ค้าของจีน โดยเฉพาะสหรัฐ ร้องทุกข์มาตลอดว่า จีนกดราคาค่าเงินของตนไว้ต่ำ เพื่อส่งเสริมการส่งออกของตน ซึ่งจีนปฏิเสธ

รายงานข่าวกล่าวว่า นายกรมต. Wen Jiabao และผวก. ธนาคารกลางของจีน กล่าวไว้เมื่อเดือนมีนาคมว่า เวลานี้เงื่อนไขต่างๆพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่งประกาศออกมา

ประธานาธิบดีโอบาม่า เรียกร้องให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบต่อร่างกม. ปฏิรูปภาษีเงินได้

ในการกล่าวปราศัยทางวิทยุประจำสัปดาห์ ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า เรียกร้องอีกครั้งหนึ่งให้รัฐสภาลงมติให้ความเห็นชอบต่อร่างกม. ปฏิรูปภาษี ซึ่งเรียกกันง่ายๆว่า “กฎของ Buffet”

“Buffet” ในที่นี้หมายถึงนาย Warren Buffet นักธุรกิจการงผู้ร่ำรวยที่สุดคนหนึ่งในโลก ซึ่งกล่าวไว้ว่า ไม่เป็นการยุติธรรมที่เขาจ่ายเงินภาษีต่ำกว่าเลขานุการินีของเขา

“กฎของ Buffet” กำหนดว่าผู้ที่มีรายได้มากกว่าหนึ่งล้านดอลล่าร์ขึ้นไป ควรจ่ายภาษีอย่างน้อยเท่ากับผู้ที่มีรายได้ระดับปานกลาง และว่า 98% ของครอบครัวอเมริกัน ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยปีละไม่ถึง 250,000 ดอลล่าร์ ไม่ควรต้องจ่ายเพิ่มมากกว่าอัตราที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ฝ่ายพรรครีพับลิกันกล่าวโต้ว่า กฎที่ว่านี้จะกีดกั้นไม่ให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น แต่ประธานาธิบดีโอบาม่าไม่เห็นด้วย

สายการบิน Air India ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินเกือบหกพันล้านดอลล่าร์จากรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาหนี้เพราะขาดทุนติดต่อกันมาหลายปีแล้ว

รัฐบาลอินเดียจะให้เงินช่วยเหลือสายการบิน Air India ซึ่งมีปัญหาเรื่องหนี้สิน ราวๆ 5 พัน 8 ร้อนล้านดอลล่าร์ สายการบินนี้ประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักในช่วงสองสามปีมานี้ ถึงขั้นที่พนักงานลูกจ้างได้รับค่าจ้างแรงงานล่าช้า และบริษัทน้ำมันไม่ยอมส่งน้ำมันให้อย่างน้อยสองครั้ง เพราะไม่ชำระค่าน้ำมัน

ในขณะที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์แสดงความวิตกกังวลว่ารัฐบาลใช้เงินภาษีจากประชาชนไปช่วยกู้ฐานะให้กับสายการบิน รมต. Ajit Singh ของกระทรวงการบินพลเรือน รับรองว่า สายการบิน Air India จะต้องมีความรับผิดชอบในการใช้จ่ายเงิน ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับมาตรฐานของอุตสาหกรรมการบิน

ปัญหาของสายการบินนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เมื่อรวมตัวเข้ากับบริการการบินภายในประเทศ ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ และทำงานโดยไม่มีกำไรตั้งแต่นั้นมา

นาย Sanat Kaul ประธานมูลนิธิระหว่างประเทศเพื่อการบินและการพัฒนาในอินเดีย กล่าวว่า การรวมตัวครั้งนั้นเป็นความล้มเหลว และเกรงว่า เงินช่วยเหลือครั้งนี้อาจจะให้มาสายเกินกว่าจะช่วยได้

Air India มิได้เป็นสายการบินรายเดียวที่กำลังมีปัญหา สายการบินอื่นๆในอินเดียอีกห้ารายกำลังประสบปัญหาอย่างเดียวกัน

ที่สำคัญคือราคาน้ำมันที่แพงขึ้น และบรรดาสายการบินไม่กล้าขึ้นราคา เพราะกลัวคู่แข่งจะแย่งลูกค้า แม้จำนวนผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

รัฐบาลอินเดียกำลังพิจารณาว่า จะอนุญาตให้สายการบินต่างประเทศเข้าไปถือหุ้นสายการบินในอินเดียได้ 49% หรือไม่ ซึ่งถ้าอนุญาตให้ทำเช่นนั้น ก็จะเป็นการช่วยกู้อุตสาหกรรมการบินของอินเดียได้

“Titanic” 3-D ที่เปิดฉายเมื่อสุดสัปดาห์ทำเงินในตลาดต่างประเทศ 69 แห่งมากกว่า 190 ล้านดอลล่าร์ เฉพาะในเมืองจีนทำเงินได้ 58 ล้านดอลล่าร์

วันอาทิตย์ที่ 15 เมษายน เป็นวันครบรอบหนึ่งร้อยปีที่เรือสำราญ “Titanic” ชนภูเขาน้ำแข็งและจมลง ขณะเดินทางจากอังกฤษจะไปนครนิวยอร์ค ทำให้คนบนเรือมากกว่า 1500 คนเสียชีวิต

และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เรือ Balmoral ออกเดินทางจากท่าเรือนคร Southampton ในอังกฤษและเส้นทางการเดินเรือลำนี้ จะเป็นเส้นทางเดียวกับของเรือ Titanic เมื่อหนึ่งร้อยปีที่แล้ว

ผู้โดยสารบนเรือ Balmoral เป็นญาติพี่น้องของผู้ที่เสียชีวิตกับเรือ Titanic และมีการทำพิธีรำลึกถึงผู้ที่เสียชีวิตครั้งนั้นบนเรือ Balmoral ตรงจุดที่ Titanic จมลงเมื่อวันอาทิตย์ด้วย

ความผูกพันทางใจกับเรือ Titanic ดูจะไม่ลดลง และไม่สิ้นสุด มีนิทรรศการ การแสดง สารคดี และหนังสือออกมามากมาย รวมทั้งการเปิดฉายภาพยนตร์เรื่อง “Titanic” ของผู้กำกับ James Cameron ที่ออกฉายเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1997 ในช่วงสุดสัปดาห์ แต่คราวนี้มาในรูปแบบของภาพยนตร์ สามมิติ

“Titanic” ของเมื่อปี ค.ศ. 1997 ทำเงินได้เกือบสองพันล้านดอลล่าร์ และรายได้ในช่วงสุดสัปดาห์แรกของการกลับมาฉายใหม่ ทำให้รายได้รวมของภาพยนตร์เรื่องนี้เพิ่มขึ้นไปเป็นกว่าสองพันล้านดอลล่าร์แล้ว เฉพาะในประเทศจีน ทำรายได้มากถึง 58 ล้านดอลล่าร์

ตัวเลขของรายได้ในการฉาย “Titanic” ใน 69 ประเทศนอกสหรัฐรวมแล้ว 190 ล้านดอลล่าร์เศษ และคาดว่าคงจะเพิ่มขึ้นไปอีก

XS
SM
MD
LG