ลิ้งค์เชื่อมต่อ

แนวปะการังยักษ์ในออสเตรเลีย Great Barrier Reef กำลังถูกคุกคามจากการพัฒนา


ยูเนสโกเตรียมถกข้อเสนอจากกลุ่มอนุรักษ์ฯที่เรียกร้องให้ประกาศสถานะของแนวปะการังยักษ์ว่าอยู่ในสภาพเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

ปลายด้านใต้ของแนวปะการัง Great Barrier Reef ในออสเตรเลียได้รับความเสียหายจากมรสุมรุนแรงครั้งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงสิบปีแรกของศตวรรษนี้บรรดานักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าแนวปะการัง Great Barrier Reef ซึ่งมีขนาดเท่ากับประเทศอิตาลี ต้องการระยะเวลาอย่างน้อย 20 ปีของสภาพอากาศที่ไร้มรสุมในการฟื้นคืนอย่างสมบูรณ์

การได้รับสารอาหารที่เกินพอดีเนื่องจากภาวะน้ำท่วม และมลพิษจากการเกษตรที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมส่งผลให้เกิดปัญหาปะการังเปลี่ยนเป็นสีขาวและยังช่วยให้ปลาดาวพันธุ์ crown of thorns ซึ่งกินปะการังเป็นอาหารเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว

Onshore coral, Lady Elliot Island, Great Barrier Reef, Queensland, Australia, March 20, 2015, (Courtesy Image, DFAT / Patrick Hamilton).

Onshore coral, Lady Elliot Island, Great Barrier Reef, Queensland, Australia, March 20, 2015, (Courtesy Image, DFAT / Patrick Hamilton).

ทางการออสเตรเลียยังวางแผนขยายท่าเรือ Gladstone ที่ตั้งอยู่ใกล้กับแนวปะการังเพื่อรองรับการส่งออกถ่านหินที่เพิ่มขึ้น แผนขยายท่าเรือนี้สร้างความไม่พอใจแก่บรรดานักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นี่เป็นเหตุให้ Greenpeace และ World Wildlife Fund (WWF) เคลื่อนไหวเรียกร้องให้ UNESCO ระบุให้แนวปะการังยักษ์ Great Barrier Reef เป็นเขตเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

ความไม่พอใจจากสาธารณชนส่งผลให้ทางการออสเตรเลียประกาศแผนอนุรักษ์แนวปะการังยักษ์แบบยั่งยืนโดยตั้งงบประมาณไว้ 1,500,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯตลอดช่วง 10 ปีข้างหน้า

ทางการออสเตรเลียวางแผนที่จะปรับปรุงคุณภาพของน้ำให้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยการลดปริมาณสารไนโตรเจนชนิดที่ไม่ใช่สารอินทรีย์ที่ปล่อยจากพื้นที่การเกษตรให้ลดลง 80 เปอร์เซ็นต์ภายในปีค.ศ. 2025

นาย Steve Miles รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมระดับรัฐจาก Queensland กล่าวว่าแผนอนุรักษ์ของรัฐบาลออสเตรเลียได้รับแรงสนับสนุนจากประชาชนจากหลายกลุ่ม รวมทั้งคนเผ่าพื้นเมืองเผ่าต่างๆ ชาวนา นักวิทยาศาสตร์และการท่าเรือ

Great Barrier Reef

Great Barrier Reef

เขากล่าวว่าตอนที่ประชุมครั้งแรกกับกองทุนอนุรักษ์สัตว์ป่าเพื่อประชุมกันว่าจำเป็นต้องทำอะไรบ้างเพื่ออนุรักษ์แนวปะการังยักษ์ Great Barrier Reef ที่ประชุมชี้ว่าแม้ว่าภาวะโลกร้อนเป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรก ปัญมลพิษก็เป็นสาเหตุอีกอย่างหนึ่งที่ต้องได้รับการแก้ไขและควรได้รับการแก้ไขเสียก่อนเป็นอันดับแรก

ภาวะโลกร้อนเป็นต้นเหตุแรกที่ทำให้แนวปะการังเสียหาย โดยคาดว่าระดับอุณหภูมิจะเพิ่มขึ้น 2 ถึง 4 องศาเซลเซียสภายในปีค.ศ. 2050

แต่นาย Russell Reichelt ผู้อำนวยการแห่งอุทยาน Great Barrier Reef Marine Park กล่าวว่าควรแยกปัจจัยที่เกิดจากภาวะโลกร้อนออกเป็นคนละประเด็นกันกับปัญหามลพิษทางน้ำ เขากล่าวว่าภาวะโลกร้อนคุกคามความอยู่รอดของแนวปะการังมากที่สุดในระยะยาวเพราะทำให้น้ำทะเลอุ่นขึ้นและเป็นกรดสูงขึ้น แต่ปัญหามลพิษจากบนฝั่งที่ปล่อยลงสู่น้ำทะเลก็เป็นปัจจัยที่สร้างความกังวลเป็นอันดับสองไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลงและการพังทลายของดินจากการเกษตรที่ทำกันมานาน 150 ปี

ปลายด้านเหนือของแนวปะการัง Great Barrier Reef ยังสมบูรณ์ดี และทาง WWF ได้สนับสนุนแผนของทางการออสเตรเลียและเป้าหมายที่มุ่งฟื้นฟูปลายด้านใต้ของแนวปะการังยักษ์ แต่ชี้ว่าผิดหวังที่ทางการออสเตรเลียให้งบประมาณในแผนนี้น้อยกว่าที่คาดหวังเอาไว้

Australian Institute of Marine Science image shows bleaching on a coral reef at Halfway Island in Australia's Great Barrier Reef which lost more than half its coral cover in the past 27 years due to storms, poisonous starfish and bleaching linked to clima

Australian Institute of Marine Science image shows bleaching on a coral reef at Halfway Island in Australia's Great Barrier Reef which lost more than half its coral cover in the past 27 years due to storms, poisonous starfish and bleaching linked to clima

ทางกลุ่ม Greenpeace ชี้ว่าแผนฟื้นฟูของทางการออสเตรเลียยังไม่ครอบคลุมปัญหาทั้งหมดและยังอะลุ่มอล่วยให้มีการขยายท่าเรือพานิชย์และขยายการทำเหมืองถ่านหิน

คณะกรรมการมรดกโลกแห่งยูเนสโกประกอบด้วย 21 ประเทศและมีเยอรมนีเป็นประธาน มีกำหนดที่จะตัดสินใจเบื้องต้นเกี่ยวกับสถานภาพของแนวปะการังยักษ์ Great Barrier Reef ในเดือนพฤษภาคมนี้ ก่อนที่จะประชุมกับรอบสุดท้ายที่เมือง Bonn ในเดือนมิถุนายน

XS
SM
MD
LG