ลิ้งค์เชื่อมต่อ

Kevin Rudd สาบานตนรับตำแหน่งนายกฯออสเตรเลียสมัยที่สอง พร้อมความท้าทายเรื่องผู้ลี้ภัยชาวต่างชาติ

  • Phil Mercer

อดีตนายกรมต.ออสเตรเลีย Kevin Rudd สาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกฯ เป็นสมัยที่ 2 ในวันพฤหัสบดีตามเวลาในออสเตรเลีย หลังจากเอาชนะนายกฯ Julia Gillard ในการออกเสียงเลือกหัวหน้าพรรคแรงงานคนใหม่ ซึ่งความท้าทายที่รอนายกรมต.คนใหม่มาแก้ไขนั้นส่วนใหญ่เป็นประเด็นต่างประเทศ เช่นเรื่องความสัมพันธ์กับจีน และเรื่องการจัดการกับผู้ลี้ภัยทางเรือที่มีจำนวนมากขึ้น

ในสมัยแรกที่นาย Kevin Rudd ดำรงตำแหน่งนายกฯ ออสเตรเลียคือระหว่างปี พ.ศ 2550 – 2553 รัฐบาลออสเตรเลียมีนโยบายต่อผู้ลี้ภัยชาวต่างด้าวในลักษณะเห็นอกเห็นใจและมีมนุษยธรรม เช่นการสั่งปิดค่ายผู้ลี้ภัยนอกชายฝั่งบางแห่งในแถบแปซิฟิกใต้ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าเป็นค่ายที่มีสภาพย่ำแย่เหมือนเรือนจำ แต่หลังจากที่นายกฯ Rudd ถูกขับออกจากตำแหน่งเมื่อ 3 ปีก่อนและถูกแทนที่ด้วยนาง Julia Gillard ค่ายผู้ลี้ภัยบนเกาะปาปัวนิวกินีและเกาะนาอูรูได้ถูกเปิดใช้อีกครั้งเพื่อรองรับผู้ลี้ภัยจำนวนมากที่หลั่งไหลมาทางเรือเพื่อขอลี้ภัยในออสเตรเลีย

หลังพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 นายกฯ Kevin Rudd ถูกเร่งเร้าให้นำนโยบายแบบเห็นอกเห็นใจผู้ลี้ภัยมาใช้อีกครั้ง โดยเฉพาะการอนุญาตให้เด็กๆในค่ายผู้ลี้ภัย มีโอกาสได้รับการศึกษาในสังคมออสเตรเลีย เช่นการที่ ส.ส Doug Cameron แห่งพรรคแรงงานออสเตรเลีย บอกว่าต้องการเห็นผู้อพยพหรือผู้ลี้ภัยเหล่านั้นมีโอกาสเข้ามาอาศัยทำงาน และเป็นส่วนหนึ่งในสังคมออสเตรเลียได้อย่างแท้จริง

นายกฯ Kevin Rudd นั้น คืออดีตรมต.ว่าการกระทรวงการต่างประเทศออสเตรเลียซึ่งสามารถพูดภาษาจีนกลางได้อย่างคล่องแคล่ว และยังมีบุตรเขยเป็นนักการธนาคารชาวฮ่องกง

ความท้าทายด้านการต่างประเทศที่นายกฯ Rudd ต้องเผชิญนั้น มีตั้งแต่เรื่องความสัมพันธ์กับอินโดนีเซียซึ่งเป็นพันธมิตรกับออสเตรเลียด้านการต่อต้านการก่อการร้ายต่อกลุ่มมุสลิมความคิดสุดโต่ง รวมทั้งความสัมพันธ์ทางการค้ากับจีนซึ่งเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าประเภทวัตถุดิบและทรัพยากรธรรมชาติต่างๆไปให้จีนซึ่งทำรายได้มูลค่ามหาศาลให้กับออสเตรเลีย

อย่างไรก็ตาม นายกฯ Kevin Rudd เชื่อว่ายุคสมัยแห่งความรุ่งเรืองของทรัพยากรธรรมชาติในออสเตรเลียกำลังจะหมดไป โดยชี้ว่าเวลานี้สิ่งที่ออสเตรเลียต้องการคือผู้นำที่เข้มแข็งซึ่งสามารถนำพาเศรษฐกิจออสเตรเลียไปได้เมื่อสิ้นสุดยุคแห่งการพึ่งพาการส่งออกวัตถุดิบให้แก่จีน

นอกจากประเด็นด้านกิจการต่างประเทศแล้ว กิจการภายในประเทศก็ถือว่าเป็นความท้าทายสำคัญอีกอย่างหนึ่งเช่นกัน โดยเฉพาะในเรื่องความนิยมของพรรคแรงงานที่กำลังลดลง ขณะที่พรรคคู่แข่งแนวทางอนุรักษ์นิยมได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ซึ่งทางสมาชิกพรรคแรงงานเชื่อว่านายกฯ Rudd น่าจะสามารถช่วยให้พรรคแรงงานมีโอกาสได้รับชัยชนะเหนือคู่แข่งมากขึ้นในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในเดือนกันยายนนี้

เชิญรับฟังรายงานจากคุณทรงพจน์ สุภาผล





XS
SM
MD
LG