ลิ้งค์เชื่อมต่อ

งานวิจัยชี้ทานยาแอสไพรินเป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงต่อมะเร็งบางชนิด


ในเบื้องต้นพบว่าช่วยลดความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งอื่นๆ ในระบบย่อยอาหาร

ในรายงานที่ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Oncology ทีมนักวิจัยจากโรงพยาบาล Massachusetts General Hospital เปิดเผยว่า การบำบัดด้วยแอสไพริน มีผลช่วยลดระดับความเสี่ยงโดยรวมต่อการเกิดมะเร็งลงอย่างมาก โดยในเบื้องต้นพบว่าช่วยลดความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งอื่นๆ ในระบบย่อย

ทีมนักวิจัยชี้ว่าสามารถใช้เป็นยาแอสไพรินบำบัดเป็นวิธีเสริมร่วมกับการตรวจคัดกรองมะเร็งแบบต่างๆ รวมทั้งการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่

นาย Andrew Chan ผู้อำนวยการหน่วยระบาดวิทยาฝ่ายคลีนิคระบบทางเดินอาหารประจำโรงพยาบาลแห่งนี้ เป็นผู้ร่างรายงานอาวุโสของการศึกษาเรื่องนี้ เขากล่าวว่าสามารถแนะนำให้ผู้ป่วยคนหลายๆ คน ใช้ยาแอสไพรินเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ได้ โดยเฉพาะในคนที่มีเหตุผลทางสุขภาพ อาทิ เพื่อป้องกันโรคหัวใจ

แต่ยังไม่สามารถแนะนำให้คนทั่วไปที่ไม่มีปัญหาสุขภาพหรือมีปัจจัยความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ ให้ใช้ยาแอสไพรินเป็นประจำเพียงเพื่อป้องกันมะเร็งได้

เขากล่าวว่าผลการศึกษาของทีมนักวิจัยชี้ว่า การใช้ยาแอสไพรินคาดว่ามีผลดีในการช่วยลดจำนวนคนที่อาจจะเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ลงอย่างมาก นอกเหนือไปการตรวจคัดคัดกรองมะเร็ง และคาดว่าน่าจะมีประโยชน์อย่างยิ่งในประเทศที่ขาดแคลนทรัพยากรในการตรวจคัดกรองมะเร็ง

ทีมนักวิจัยชี้ว่า ผลการศึกษาชิ้นอื่นๆ ได้ชี้ถึงความเกี่ยวข้องระหว่างการใช้ยาแอสไพรินกับความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ลดลง แต่ยังไม่มีการศึกษาใดที่สามารถยืนยันได้ชัดเจนผลดีของแอสไพรินที่มีต่อมะเร็งชนิดอื่นๆ

ในการศึกษาครั้งนี้ ทีมนักวิจัยได้ศึกษาข้อมูลต่างๆ ที่จัดเก็บมานาน 32 ปี เกี่ยวกับผู้เข้าร่วมการศึกษาเกี่ยวกับสุขภาพ และการติดตามผลจำนวนเกือบ 136,000 คน

ทีมนักวิจัยพบว่าผู้เข้าร่วมการศึกษาที่ใช้ยาแอสไพรินเป็นประจำ โดยใช้ยาปริมาณต่ำและปริมาณปกติอย่างน้อยสามครั้งต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยงน้อยลงในการเกิดมะเร็งทุกชนิดโดยลดลงมา 3 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับผู้เข้าร่วมการศึกษาคนอื่นๆ ที่ไม่ใช้ยาเเอสไพรินเป็นประจำ

คนที่รับประทานแอสไพรินเป็นประจำมีโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่น้อยลง 19 เปอร์เซ็นต์ และมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในระบบย่อยอาหารลดลงไป 15 เปอร์เซ็นต์

ทีมนักวิจัยชี้ว่า ผลดีของแอสไพรินนี้จะช่วยลดจำนวนผู้เป็นมะเร็งในระบบย่อยอาหารในสหรัฐฯ ลงไปได้ถึง 30,000 ราย และช่วยลดจำนวนผู้เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ลง 7,500 ราย

นาย Chan หัวหน้าการศึกษานี้กล่าวว่า ขณะนี้คนทั่วไปควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวถึงผลดีของการรับประทานยาแอสไพรินเพื่อป้องกันมะเร็งในระบบย่อยอาหาร โดยเฉพาะในกรณีที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งชนิดนี้ เช่น มีคนในครอบครัวเป็นมะเร็งชนิดนี้

เขากล่าวว่า ผู้ป่วยที่ตัดสินใจใช้ยาแอสไพรินเพื่อลดความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ ควรเข้าใจดีถึงผลข้างเคียงต่อร่างกายที่อาจะเกิดขึ้นได้จากการใช้ยาแอสไพรินเป็นประจำ และควรเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งเป็นประจำ

ผู้เชี่ยวชาญอเมริกันคนนี้ย้ำว่า ไม่ควรถือว่ายาแอสไพรินเป็นทางเลือกแทนการตรวจคัดกรองมะเร็งด้วยการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ หรือการคัดกรองมะเร็งวิธีอื่นๆ

(เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)

XS
SM
MD
LG