ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ADPC ยกย่องมาตรการเตรียมรับมือภัยพิบัติในเอเชียและเตือนว่าภาวะโลกร้อนกำลังทำให้ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั่วโลกรุนแรงยิ่งขึ้น

  • Daniel Schearf
  • ทรงพจน์ สุภาผล

ADPC ยกย่องมาตรการเตรียมรับมือภัยพิบัติในเอเชียและเตือนว่าภาวะโลกร้อนกำลังทำให้ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั่วโลกรุนแรงยิ่งขึ้น

ADPC ยกย่องมาตรการเตรียมรับมือภัยพิบัติในเอเชียและเตือนว่าภาวะโลกร้อนกำลังทำให้ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั่วโลกรุนแรงยิ่งขึ้น

เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเรื่องการรับมือหายนะในเอเชียร่วมประชุมที่ศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชียหรือ ADPC ในกรุงเทพมหานคร ยกย่องความก้าวหน้าของมาตรการเตรียมรับมือภัยพิบัติในภูมิภาคนี้ แต่ก็เตือนว่าภาวะโลกร้อนกำลังทำให้ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั่วโลกรุนแรงยิ่งขึ้น ดังนั้นการเพิ่มความร่วมมือและความช่วยเหลือแก่ประเทศกำลังพัฒนาจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดต่อการรับมือภัยพิบัติต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ผู้แทนจาก 15 ประเทศในเอเชียเข้าร่วมประชุมที่กรุงเทพมหานครในวันพุธและวันพฤหัสบดีนี้ การประชุมจัดขึ้นที่ศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชียหรือ ADPC ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีเป้าหมายเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประเทศในเอเชียด้วยการลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติผ่านความร่วมมือและการศึกษา

ผู้ร่วมประชุมกล่าวยกย่องความร่วมมือระหว่างประเทศและการจัดการความเสี่ยงในหลายประเทศเช่นเวียดนามและบังกลาเทศ ซึ่งช่วยป้องกันและลดความเสียหายจากภัยพิบัติต่างๆได้ดียิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับหายนะที่เกิดในอดีต และบรรดาผู้แทนยังเน้นย้ำถึงความร่วมมือในส่วนภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติรูปแบบต่างๆมากที่สุดในโลก

คุณ Noeleen Heyzer เลขาธิการของคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจและสังคมภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกสหประชาชาติ กล่าวว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่อนยักษ์สึนามิในญี่ปุ่นแสดงให้เห็นแล้วว่า ไม่มีประเทศใดสามารถเตรียมรับมือภัยพิบัติได้เองเพียงประเทศเดียว แม้แต่ประเทศร่ำรวยที่มีการเตรียมความพร้อมอย่างดีอย่างญี่ปุ่น คุณ Heyzer ชี้ว่าความเสียหายที่เกิดกับญี่ปุ่นยิ่งเน้นย้ำความสำคัญของการวางแผนและการเตรียมการรับมือภัยธรรมชาติ ยิ่งเมื่อประกอบกับภาวะโลกร้อนก็จะยิ่งทำให้ภัยธรรมชาติต่างๆรุนแรงกว่าเดิมซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อพื้นที่เขตนาครในเอเชียที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว รวมทั้งชุมชนบนเกาะต่างๆในมหาสมุทรแปซิฟิก

นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่าสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นในแถบเอเชียแปซิฟิกนั้น เป็นผลพวงมาจากภาวะโลกร้อน ทุกๆปีภูมิภาคนี้ต้องเผชิญกับพายุไซโคลน น้ำท่วม โคลนถล่มและภัยแล้งหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตมากมายมหาศาล คุณ Nadeem Ahmed ประธานฝ่ายจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของปากีสถานระบุว่า ช่วง 10 ปีที่ผ่านมาความถี่และความรุนแรงของภัยพิบัติต่างๆในเอเชียเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เชื่อว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

คุณ Ahmed ชี้ว่าประชากรที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวอย่างไร้ทิศทางของเขตนาคร การทำลายป่าไม้ การจัดสรรที่ดินอย่างไม่มีประสิทธิภาพ การขาดกฎเกณฑ์ควบคุมการก่อสร้างที่เหมาะสม ตลอดจนการลงทุนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดปัญหาสภาพภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลงและภัยธรรมชาติรุนแรงกว่าเดิม และว่าประเทศยากจนควรได้รับความช่วยเหลือมากขึ้น แต่ความช่วยเหลือนั้นควรเน้นไปที่การป้องกันภัยพิบัติมากกว่าการบรรเทาทุกข์ เช่นให้เงินช่วยเหลือในการสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมจะดีกว่าและมีต้นทุนน้อยกว่าการให้เงินช่วยเหลือเพื่อซ่อมแซมหรือบรรเทาทุกข์หลังจากเกิดน้ำท่วมไปแล้ว

นอกจากนี้ คุณ Nadeem Ahmed ยังบอกด้วยว่าวิกฤตการณ์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในญี่ปุ่นเป็นเสมือนการเปิดโลกทัศน์ให้ประเทศต่างๆหันมาใส่ใจและเตรียมพร้อมรับมือหายนะที่เกิดจากพลังงานนิวเคลียร์และสารพิษต่างๆมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ที่ประชุม ADPC ยังเตือนว่าไม่ใช่เฉพาะแค่ภัยพิบัติขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ภัยธรรมชาติขนาดย่อมและขนาดกลางก็สมควรได้รับความใส่ใจมากขึ้นด้วยเช่นกัน

เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG