ลิ้งค์เชื่อมต่อ

คำปราศัยของประธานาธิบดี Obama เกี่ยวกับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานจะเป็นที่สนใจของหลายประเทศในเอเชีย ซึ่งพึ่งพาอาศัยตลาดสหรัฐ

  • Ivan Broadhead
  • Nittaya Maphungphong

คำปราศัยของประธานาธิบดี Obama เกี่ยวกับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานจะเป็นที่สนใจของหลายประเทศในเอเชีย ซึ่งพึ่งพาอาศัยตลาดสหรัฐ

คำปราศัยของประธานาธิบดี Obama เกี่ยวกับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานจะเป็นที่สนใจของหลายประเทศในเอเชีย ซึ่งพึ่งพาอาศัยตลาดสหรัฐ

คาดกันว่า ประธานาธิบดี Barack Obama จะวางเค้าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานในคำปราศัยต่อที่ประชุมร่วมของรัฐสภาคืนวันพฤหัสบดีนี้ และแม้คำปราศัยที่ว่านี้ จะมุ่งไปที่ประชาชนชาวอเมริกันเป็นหลัก ประเทศต่างๆในเอเชียก็จะให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะเศรษฐกิจอเมริกันที่ชลอตัว หรือไม่เติบโตอย่างที่อยากจะเห็นกัน ส่งผลกระทบเอเชีย โดยเฉพาะในช่วงที่คาดกันว่า อัตราการโตทางเศรษฐกิจของจีนในปีนี้ จะอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับอัตราในช่วงสิบปีที่ผ่านมา

คาดกันว่า ประธานาธิบดี Barack Obama จะวางเค้าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงานในคำปราศัยต่อที่ประชุมร่วมของรัฐสภาคืนวันพฤหัสบดีนี้

และแม้คำปราศัยที่ว่านี้ จะมุ่งไปที่ประชาชนชาวอเมริกันเป็นหลัก ประเทศต่างๆในเอเชียก็จะให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะเศรษฐกิจอเมริกันที่ชลอตัว หรือไม่เติบโตอย่างที่อยากจะเห็นกัน ส่งผลกระทบเอเชีย โดยเฉพาะในช่วงที่คาดกันว่า อัตราการโตทางเศรษฐกิจของจีนในปีนี้ จะอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับอัตราในช่วงสิบปีที่ผ่านมา

เศรษฐกิจในเอเชียเจริญเติบโตอย่างสม่ำเสมอมาเกือบตลอดทศวรรษที่ผ่านมา แต่คณบดีของคณะพาณิชย์ที่มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของฮ่องกง อาจารย์ Leonard Cheng บอกว่า สถานภาพทางการเงินที่หนักแน่นมั่นคงของสหรัฐมีความสำคัญต่อการเติบโตอย่างต่อเนื่องของเอเชีย

นักวิชาการผู้นี้กล่าวว่า เศรษฐกิจเอเชียพึ่งพาตลาดต่างประเทศเป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่อาศัยการส่งออกไปยังสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น และเพราะว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังมีขนาดเท่ากับหนึ่งในสี่ของเศรษฐกิจโลกอยู่ต่อไป ก็เป็นที่เข้าใจได้ว่าสหรัฐมีความสำคัญมากทีเดียว

อาจารย์ Leonard Cheng คาดว่า ในคำปราศัย ประธานาธิบดี Obama จะมุ่งเน้นในเรื่องการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนและการสร้างงาน และว่ารัฐบาลในเอเชียอยากจะเห็นสหรัฐกลับมาเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจอีก

ในอีกด้านหนี่ง สิงคโปร์ ซึ่งมีอัตราการโตในปีที่แล้วสูงถึง 15% เปิดเผยความคาดหมายออกมาในสัปดาห์นี้ว่า เศรษฐกิจจะถดถอยในช่วงไตรมาสหน้า เพราะการส่งออกไปยังสหรัฐลดลงผสมกับความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาระหนี้สินของยุโรป

ส่วนเกาหลีใต้ ก็หวังว่า รัฐสภาสหรัฐจะให้สัตยาบันต่อข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐ และทั้งสองฝ่ายจะได้ประโยชน์จากการที่ภาษีนำเข้าลดลง

แต่ในยามที่สมาชิกของทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันของสหรัฐเป็นห่วงว่า ข้อตกลงดังกล่าว จะทำให้การจ้างงานในสหรัฐลดลงไปอีก แต่กลับไปเพิ่มขึ้นในต่างประเทศ จึงอาจจะไม่มีคะแนนเสียงพอที่จะสนับสนุนข้อตกลงที่ว่านี้

แต่จีนอาจเป็นผู้ได้รับความกระทบกระเทือนมากที่สุดจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐ สินค้าส่งออกของจีนมากกว่า 20% มีผู้บริโภคอเมริกันเป็นลูกค้า ในขณะที่จีนถือพันธบัตรกระทรวงการคลังของสหรัฐไว้ 1.2 ล้านล้านดอลล่าร์

สำนักงานบริหารการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศของจีน รายงานในสัปดาห์นี้ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนกำลังอ่อนตัวลง และอาจลดลงไปต่ำกว่า 9% ในไตรมาสหน้า ซึ่งจะเป็นอัตราการโตเชื่องช้าที่สุดนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 เป็นต้นมา

อาจารย์ Leonard Cheng คณบดีของคณะพาณิชย์ที่มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของฮ่องกง ให้ความเห็นว่า ในขณะที่รัฐบาลในเอเชียจะต้องยอมพอใจกับอัตราการโตของเศรษฐกิจที่ชลอตัวลง คนอเมริกันก็จะต้องเปลี่ยนอุปนิสัยการบริโภคเพื่อให้แผนของประธานาธิบดี Obama ทำงานได้ผล

อาจารย์ Leonard Cheng บอกว่า คนอเมริกันควรทำงานให้หนักมากขึ้น บริโภคน้อยลงสักหน่อย จะได้มีเงินออมไว้ใช้หนี้ หรืออย่างน้อยก็ไม่ทำให้มีหนี้มากขึ้น ทางฝ่ายคนเอเชียก็ต้องเข้าใจว่า การทำเช่นนี้ เป็นการดีต่อสหรัฐ และในระยะยาวแล้ว ดีต่อคนในเอเชียด้วย

Sophie Leung สมาชิกสภาของฮ่องกง และผู้แทนในรัฐสภาประชาชนแห่งชาติของจีน เชื่อว่า จีนสามารถมีบทบาทช่วยสหรัฐในการฟื้นฟูเศรษฐกิจได้

สมาชิกสภาของฮ่องกงผู้นี้ กล่าวว่า ตามที่แผนห้าปีฉบับที่ 12 ระบุไว้ จีนอยากจะเปลี่ยนจากการส่งออกมาเป็นการนำเข้า และคิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประธานาธิบดี Obama อาจอ้างถึงในคำปราศัยว่า เป็น demand ที่จะทำประโยชน์ได้ เพราะผู้บริโภคชาวจีนที่มีเงินจะเรียกร้องต้องการสินค้าอื่นๆจากอเมริกา นอกไปจากน้ำอัดลมและกางเกงยีน

คณบดีของคณะพาณิชย์ที่มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของฮ่องกง อาจารย์ Leonard Cheng บอกว่า ยิ่งสหรัฐต้องใช้เวลานานมากขึ้นเท่าไหร่ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ เรื่องของเสถียรภาพในเอเชียอาจกลายมาเป็นเรื่องที่ทำให้ต้องวิตกกังวลกันมากขึ้นไปด้วยก็ได้

อาจารย์ Leonard Cheng บอกว่า เวลานี้ รัฐบาลในเอเชียกำลังถูกภาวะเงินเฟ้อ และการกระจายรายได้และทรัพย์สินที่ไม่เสมอภาคกดดันอยู่แล้ว

หลังคำปราศัยของประธานาธิบดีสหรัฐแล้ว เข้าใจกันว่า ความสนใจคงจะเปลี่ยนไปที่การประชุมของกลุ่ม G-7 ในวันศุกร์นี้ที่นคร Marseille ในฝรั่งเศส สำหรับสัญญาณที่จะบ่งบอกว่า สหรัฐและเศรษฐกิจชั้นนำอื่นๆ จะร่วมกันสนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการสร้างงานได้อย่างไรบ้าง

เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG