ลิ้งค์เชื่อมต่อ

อาหารบำรุงกำลังสำหรับผู้ชาย และผู้หญิงนั้นไม่เหมือนกัน อย่างไร?

  • Tunyaporn Soontornvong

อาหารบำรุงกำลังสำหรับผู้ชาย และผู้หญิงนั้นไม่เหมือนกัน อย่างไร?

อาหารบำรุงกำลังสำหรับผู้ชาย และผู้หญิงนั้นไม่เหมือนกัน อย่างไร?

ในการวิจัยศึกษานิสัยการกินอยู่ในหมู่ผู้อาสาสมัคร 47,000 คน นักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด รัฐแมสซาชูเซตส์พบว่า ผู้ชายที่รับประทานซอสมะเขือเทศสัปดาห์ละสองถึงสี่ครั้ง จะช่วยให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากน้อยลง สามสิบห้าเปอร์เซ็นต์เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ชายที่ไม่ได้รับประทานซอสมะเขือเทศ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะซอสมะเขือเทศมีสารไลโคปิน เป็นปริมาณเหลือล้นเลย แต่ข้อที่ทำให้นักวิจัยฉงนก็คือ ว่าน้ำมะเขือเทศดูเหมือนจะไม่มีฤทธิ์ในเชิงป้องกันมะเร็งชนิดนั้น งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งระบุว่า ถ้าจะให้ร่างกายซึมซับสารไลโคปินได้ดีละก้อ ต้องปรุงสารไลโคปินโดยใช้ไขมันผสมเข้าไปด้วย ฉะนั้น อาหารจำพวกพิซซ่าจึงเหมาะกับสารไลโคปิน

หอยนางรมก็เป็นอาหารวิเศษ สำหรับผู้ชายด้วยเพราะมีแร่สังกะสี ซึ่งช่วยให้ระบบสืบพันธุ์ของผู้ชายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าได้แร่สังกะสีบำรุงร่างกายวันละสิบเอ็ดมิลลิกรัมก็จะเหมาะมาก แต่ถ้ารับประทานแร่สังกระสีเกินสี่สิบมิลลิกรัม

ต่อวันก็จะเสี่ยงอันตราย นักวิจัยพบว่าถ้าให้ชายผู้ที่ระดับฮอร์โมนเพศชาย เทสทอสเทอโรนต่ำและจำนวนตัวอสุจิในน้ำอสุจิน้อย รับประทานแร่สังกะสีทุกวันเป็นเวลาตั้งแต่สี่สิบห้าถึงห้าสิบวันแล้วระดับฮอร์โมนเพศชายดังกล่าว และจำนวนตัวอสุจิเพิ่มสูงขึ้น

อนึ่ง นักวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า ผู้ที่รับประทานผักใบเขียวอย่างเช่นบรอคโคลีสัปดาห์ละห้าหนหรือมากกว่านั้นมีลู่ทางว่า จะเป็นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะน้อยกว่า ผู้ที่ไม่ค่อยรับประทานผักประเภทนั้นอยู่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ นักวิจัยระบุว่าบรอคโคลีและกะหล่ำปลีวิเศษที่สุด

ส่วนนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียสเททพบว่า การรับประทานเนยถั่วลิสงซึ่งมีไขมันอิ่มตัวร้อยละสามสิบหกเป็นเวลายี่สิบสี่วัน ทำให้ระดับไขมันที่ไม่ดีในเลือด และไตรกลีเซอร์ไรด์ลดลงแต่ไม่ทำให้ระดับไขมันที่ดีในเลือดลดลงไป ส่วนของวิเศษที่ผู้ชายควรรับประทานอีกอย่างก็คือแตงโม ซึ่งเป็นอาหารที่มีธาตุโซเดียม และโปแตสเซียมนั้น จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคลมอัมพาตได้

ส่วนอาหารวิเศษที่ผู้หญิงควรรับประทานกัน ก็มีมะละกอซึ่งมีวิตามิน ซี มากกว่าส้มสองเท่าซึ่งจะช่วยเสริมเกราะป้องกันโรคถุงน้ำดีอักเสบซึ่งผู้หญิงเป็นกัน

มากกว่าผู้ชาย นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์บอกว่า การรับประทานเมล็ดปอซึ่งมีสารผสมลิกแนนส์อุดมสมบูรณ์จะช่วยให้ผู้หญิงลดความเสี่ยง ต่อการจะเป็นมะเร็งเต้านมได้ อนึ่งนักวิจัยพบว่าการรับประทานเต้าหู้ซึ่งมีสารไอโซฟลาโวนส์ ก็จะทำให้สตรีลดระดับไขมันในเลือดและอาการที่เกิดตามมาหลังการหมดระดู และทำให้กระดูกแข็งแรง ผู้หญิงควรได้สารไอโซฟลาโวนส์บำรุงร่างกายวันละเก้าสิบมิลลิกรัม นอกจากนี้อาหารวิเศษที่ผู้หญิงควรรับประทานก็มีเนื้อกระบือซึ่งมีไขมันน้อยกว่าเนื้อแบบอื่นๆและผักกะหล่ำใบซึ่งมีสารแคลเซียม วิตามิน ดี และวิตามิน เค อย่างพอเพียง ซึ่งจะช่วยป้องกันมิให้เกิดโรคกระดูกพรุน ซึ่งผู้หญิงมักจะเป็นในยามที่แก่ตัวลงไป

XS
SM
MD
LG