ลิ้งค์เชื่อมต่อ

รายงานเรื่องสิทธิมนุษยชน ขององค์การนิรโทษกรรมสากล ฉบับประจำปีพุทธศักราช 2553

  • ธัญญาภรณ์ สุนทรวงษ์

รายงานเรื่องสิทธิมนุษยชน ขององค์การนิรโทษกรรมสากล ฉบับประจำปีพุทธศักราช 2553

รายงานเรื่องสิทธิมนุษยชน ขององค์การนิรโทษกรรมสากล ฉบับประจำปีพุทธศักราช 2553

รายงานเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ขององค์การนิรโทษกรรมสากล ฉบับประจำปีพุทธศักราช 2553 ระบุว่า กล่าวโดยรวม ปีที่แล้วเป็นปีที่เป็นเครื่องหมายชี้บ่งเรื่องความยุติธรรมระหว่างประเทศ แต่รายงานระบุด้วยว่า ยังคงมีรัฐบาลที่องค์การนิรโทษกรรมสากล เรียกว่าอยู่เหนือกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน องค์การแห่งนั้นรายงานว่าประชาชนรอบโลก ที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากภาวะยากจนและการกดขี่ข่มเหงมีเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ รัฐบาลที่ทรงอำนาจที่ปกป้องพันธมิตร และจะทำเช่นนั้นเพื่อหวังประโยขน์ทางการเมืองยังสร้างสรรค์อุปสรรคที่ขวางกั้นกระบวนการยุติธรรม

เลขาธิการชั่วคราวขององค์การนิรโทษกรรมสากล เคลาดิโอ คอร์โดเน กล่าวต่อ วอยซ ออฟ อเมริกา เมื่อองค์การแห่งนั้นนำรายงานออกเปิดเผยที่กรุงลอนดอนว่า ความยุติธรรมระหว่างประเทศก้าวรุดหน้าไป และว่าการตัดสินว่า

บุคคลกระทำความผิดจำนวนหนึ่ง เป็นเครื่องหมายชี้บ่งว่าการได้รับการยกเว้นโทษกำลังเบาบางลงไปเรื่อยๆ

เขากล่าวไว้ตอนนี้ว่า “แนวโน้มอย่างเช่นทางละตินอเมริกา ซึ่งอดีตประมุขแห่งรัฐของเปรู อุรุไกวและอาร์เจนตินาจำนวนสามคน โดนนำตัวมาพิจารณาโทษนั้นทำให้เราเกิดกำลังใจอย่างมาก “แต่เขากล่าวด้วยว่า ยังคงมีรัฐบาลที่ถือตนว่าอยู่เหนือกฎหมาย อย่างเช่นไม่ยอมรับอำนาจในการตัดสินคดีของศาลอาชกรรมระหว่างประเทศ และว่าในหมู่รัฐบาลที่ทำเช่นนั้นเป็นรัฐบาลของประเทศภาคีกลุ่มจี-20 เจ็ดราย เขากล่าวต่อไปว่า ยังมีรัฐบาลที่ปกป้องพันธมิตรทางการเมืองของตนมิให้โดนนานาประเทศตรวจสอบอย่างละเอียด

เขามีทัศนะว่า ศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ เป็นเครื่องมือที่ทรงความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการต่อสู้กับการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ในหมู่เจ็ดประเทศที่จนถึงขณะนี้ ยังไม่ลงนามสนับสนุนเรื่องศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศมีสหรัฐ จีน และรัสเซียรวมอยู่ด้วย องค์การนิรโทษกรรมสากล ตำหนิสหรัฐที่ยังคงควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ไว้ที่ศูนย์การควบคุมที่อ่าวกวานตานาโมต่อไปทั้งๆ ที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามาผูกพันอยู่กับการปิดศูนย์แห่งนั้นภายในต้นปีนี้

นายเคลาดิโอ คอร์โดเน กล่าวว่าเหตุการณ์ที่ถือว่า เป็นความก้าวหน้าที่สำคัญคือการที่ศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ ออกหมายจับประธานาธิบดีซูดาน โอมาร์ ฮัสซาน อัล บาเชียร์เมื่อปีพุทธศักราช 2552 เพราะเรื่องนั้นแสดงให้เห็นว่า แม้แต่ประธานาธิบดีผู้ที่ยังอยู่ในตำแหน่งก็มิได้อยู่เหนือกฎหมาย เขากล่าวว่าการที่สหภาพแอฟริกา ไม่ให้ความร่วมมือเกี่ยวกับหมายจับแสดงว่ารัฐบาลของ

ประเทศภาคีแห่งสหภาพแอฟริกา มีความผิดในฐานที่ถือว่าการเมืองสำคัญกว่ากระบวนการยุติธรรม นายเคลาดิโอ คอร์โดเน กล่าวด้วยว่า การกดขี่ข่มเหงยังเป็นปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่งรอบโลกและกล่าวถึงการที่รัฐบาลอิหร่าน กดขี่ข่มเหงประชาชนด้วยวิธีการต่างๆ หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีซึ่งผลออกมา ในลักษณะที่ทำให้เกิดการขัดแย้งทุ่มเถียงกัน

รายงานขององค์การนิรโทษกรรมสากลระบุว่า มีการทรมาน และการปฏิบัติในทางที่มิชอบอื่นๆ ในหนึ่งร้อยกว่าประเทศ การพิจารณาคดีที่ไม่เป็นธรรมในห้าสิบกว่าประเทศ และการจำกัดเสรีภาพในการพูดในเกือบหนึ่งร้อยประเทศ รายงานระบุด้วยว่าสตรี และผู้อพยพเข้าเมืองยังคงตกเป็นเป้าแห่งการละเมิดสิทธิมนุษยชน และว่าความกลัวหรือความเกลียดชังชาวต่างประเทศกำลังมีมากขึ้นในยุโรป

ส่วนคุณ วิดนีย์ บราวน์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกฎหมายระหว่างประเทศ และนโยบายขององค์การนิรโทษกรรมสากล กล่าวว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทำให้ภาวะยากจนรุนแรงยิ่งขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางแอฟริกา ซึ่งเป็นทวีปที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์มากแห่งหนึ่งและจะเห็นได้ว่ามีต่างชาติเข้าไปแสวงประโยชน์จากทรัพยากรเหล่านั้น โดยก่อให้เกิดการกระทบกระเทือนในด้านสิทธิมนุษยชนอยู่บ่อยๆ

องค์นิรโทษกรรมสากลกล่าวว่า รัฐบาลของประเทศต่างๆจะต้องส่งเสริมให้สตรีมีสิทธิเท่าเทียมชายในฐานะเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่ง สำหรับการปรับปรุงประวัติผลงานเกี่ยวกับสิทธิสตรีของประเทศนั้นๆ ให้ดีขึ้น

XS
SM
MD
LG