ลิ้งค์เชื่อมต่อ

องค์การอนามัยโลกชี้ การผ่าตัดคลอด จะทำให้แม่มีความเสี่ยงอันตรายสูงขึ้นทุกครั้ง


องค์การอนามัยโลกชี้ การผ่าตัดคลอด จะทำให้แม่มีความเสี่ยงอันตรายสูงขึ้นทุกครั้ง

องค์การอนามัยโลกชี้ การผ่าตัดคลอด จะทำให้แม่มีความเสี่ยงอันตรายสูงขึ้นทุกครั้ง

ข้อมูลใหม่ของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐแสดงว่า การคลอดบุตรโดยการผ่าตัดในสหรัฐ เพิ่มขึ้นในอัตราน่าตกใจ ขณะเดียวกัน การสำรวจขององค์การอนามัยโลกเมื่อเร็วๆ นี้ ก็พบว่า ผู้หญิงในเอเชียมากกว่าหนึ่งในสี่ คลอดบุตรด้วยวิธีนี้ บรรดากลุ่มทำงานเพื่อสิทธิมนุษยชนกล่าวว่า การคลอดด้วยวิธีผ่าตัดนั้น ทำกันมากเกินไป ทำให้ผู้หญิงและทารก มีความเสี่ยงอันตรายในการผ่าตัดใหญ่

ในปี 2550 เด็กเกิดในสหรัฐ 1 ใน 3 คลอดด้วยวิธีผ่าตัดออกจากท้องแม่ ที่เรียกกันว่า Caesarian Section ซึ่งมากกว่าในประเทศอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ ขณะเดียวกัน ในประเทศกำลังพัฒนา จำนวนการคลอดด้วยการผ่าตัดแบบนี้ ก็มีเพิ่มขึ้นอย่างมาก องค์การอนามัยโลกรายงานว่า ในเอเชีย เด็ก 1 ใน 4 คน เกิดโดยวิธี C - Section

องค์การอนามัยโลกประเมินว่า การคลอดที่จำเป็นต้องใช้วิธีผ่าตัดนั้น มีเพียงราว 15 % ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า แพทย์ทั้งหลายควรงดเว้นจากการผ่าตัดคลอด ที่ไม่จำเป็นที่ไม่ใช่ด้วยความเจ็บป่วย เพราะการผ่าตัดคลอดนั้น จะทำให้แม่มีความเสี่ยงต่ออันตรายสูงขึ้นทุกครั้งที่ทำ มดลูกอาจจะแตก และทำให้เลือดออกมากถึงแก่เสียชีวิตได้ การผ่าตัด C – Section ซ้ำหลายครั้ง อาจทำให้เกิดความผิดปกติในรก ซึ่งเป็นช่องทางส่งอาหารถึงตัวอ่อนขณะตั้งครรภ์ได้

แพทย์หญิง Mutahar Fauzia ในรัฐเวอร์จีเนีย ซึ่งเป็นสูติแพทย์ผู้หนึ่งที่ไม่เห็นด้วย กับการผ่าตัดคลอดโดยไม่จำเป็น เตือนว่า การปฏิบัติทางแพทย์หรือการตรวจครรภ์บางอย่าง ที่ขาดความรอบคอบระมัดระวัง อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อ หรืออวัยวะภายใน ที่อาจทำให้หญิงผู้นั้นต้องผ่าตัดคลอด

ในสหรัฐนั้น เหตุผลหนึ่งที่ผู้หญิงจำนวนมากเลือกการผ่าตัดคลอด ก็คือ ผู้หญิงเหล่านั้นชะลอการตั้งครรภ์ออกไปจนอายุ 30 กว่าก็มี หรือ 40 กว่าก็มี ซึ่งการคลอดธรรมชาติจะยากกว่าผู้หญิงอายุน้อย อย่างไรก็ตาม ความต้องการคลอดโดยวิธีผ่าตัด C – Section เพิ่มขึ้นมากที่สุดในบรรดาผู้หญิงวัย 20 กว่า

องค์การนิรโทษกรรมสากล Amnesty International กล่าวว่า ความต้องการคลอดด้วยวิธีผ่าตัด C – Section ที่เพิ่มมากขึ้นนั้น เป็นวิกฤติการณ์ด้านการบริบาลสุขภาพสำหรับหญิงมีครรภ์ และอยากให้บรรดาผู้นำรัฐบาล และผู้กำหนดนโยบายด้านสุขภาพ ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งในการเสนอแนวทางปฏิบัติเรื่องนี้ เพื่อความปลอดภัยของหญิงมีครรภ์ และอัตราความต้องการผ่าตัดคลอดจะได้ลดลง ไม่ใช่มีมากกว่าอัตราตามความจำเป็น ที่องค์การอนามัยโลกประเมินไว้




XS
SM
MD
LG