ลิ้งค์เชื่อมต่อ

รายงานจากองค์การอนามัยโลก เกี่ยวกับพลโลกผู้ใหญ่ที่เป็นโรคอ้วน


รายงานจากองค์การอนามัยโลก เกี่ยวกับพลโลกผู้ใหญ่ที่เป็นโรคอ้วน

รายงานจากองค์การอนามัยโลก เกี่ยวกับพลโลกผู้ใหญ่ที่เป็นโรคอ้วน

ข่าวนี้ฟังแล้วเย็นสันหลังวาบ องค์การอนามัยโลกรายงานว่า พลโลกที่เป็นผู้ใหญ่ผู้ซึ่งเป็นคนอ้วนนั้น มีจำนวนหนึ่งพันล้านกว่าคน และที่อ้วนเกินมาตรฐานมีจำนวนอย่างน้อย 400 ล้านคน

แพทย์ให้คำแนะนำว่า การรับประทานให้น้อยลง และออกกำลังกายให้มากขึ้น เป็นวิธีลดน้ำหนักตัวที่ดีที่สุด แต่สำหรับสตรีวัยกลางคนหรือสูงอายุนั้น บรรดาผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การรักษาน้ำหนักตัวให้คงอยู่ที่ระดับเดิมนั้น จำเป็นต้องออกกำลังกายวันละหนึ่งชั่วโมง

ผู้สื่อข่าว วอยซ ออฟ อเมริกา เมลินดา สมิธ (Melinda Smith) รายงานว่า สตรีที่อ้วนมากๆ ก็จะต้องใช้ความพยายามให้มากขึ้น เพื่อลดปริมาณอาหารที่รับประทานเข้าไป

ชีวิตนี้หนอทำไมช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย เมื่อพูดในแง่ของชีววิทยา สตรีมีไขมันในร่างกายมากกว่าผู้ชาย และต้องการได้ปริมาณอาหาร ที่ให้พลังงานคิดเป็นจำนวนแคลอรีน้อยกว่าฝ่ายชายสำหรับชายและหญิงส่วนมาก การหาเวลาออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงพอ สัณฐานประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อวันนั้น เป็นเรื่องยากหรือไม่ก็เป็นเรื่องสุดวิสัยเลย ทั้งนี้เพราะงานที่ต้องทำในแต่ละวันนั้นมีเยอะแยะอยู่แล้ว

สำหรับสตรีจำนวนมากนั้น เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการทำงานเต็มเวลา และการดูแลครอบครัว

เมื่อสิ้นวัน ผู้คนอย่างน้อยก็ในสหรัฐ แทบจะไม่มีแรงจูงใจให้เตรียมอาหารมื้อเย็น ในเมื่อหาอาหารจานด่วนมารับประทานได้ไม่ยาก และด้วยเหตุนี้ก็ทำให้ยิ่งอ้วนท้วนกันไปใหญ่

ศูนย์การควบคุมโรคแห่งสหรัฐรายงานว่า ระหว่างปีพุทธศักราช 2534 ถึงปีพุทธศักราช 2543 ชาวอเมริกันผู้มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานที่กำหนดไว้ มีจำนวนมากขึ้นกว่าเดิม 60%

องค์การอนามัยโลกรายงานว่า ประชาชนที่เป็นผู้ใหญ่ในชาติอื่นๆ จำนวนหนึ่งพันล้านกว่าคนก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน

ตอนนี้มีการนำผลของการศึกษาวิจัยฉบับใหม่ ซึ่งมุ่งศึกษาในกลุ่มสตรีวัยกลางคน และที่สูงอายุผู้รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปรกติ หรือดัชนีมวลกายปกติและมิได้จำกัดอาหาร เพื่อลดน้ำหนักออกเผยแพร่

นักวิจัย ไอ-หมิน ลี แห่งโรงพยาบาลบริกแฮม และโรงพยาบาลสำหรับสตรีที่นครบอสตันกล่าวไว้ตอนนี้ว่า “เราพบว่าการออกกำลังกาย จะควบคุมน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ เฉพาะในรายของสตรีผู้เริ่มทำเช่นนั้น โดยมีดัชนีมวลกายที่เป็นปรกติ”

นักวิจัย ไอ-หมิน ลี และคณะที่โรงพยาบาลบริกแฮม และโรงพยาบาลสำหรับสตรีที่นครบอสตัน ศึกษาข้อมูลในหมู่สตรีจำนวนสามหมื่นสี่พันคน ผู้มีอายุเฉลี่ยห้าสิบสี่ปีนั้นเป็นเวลาสิบสามปี นักวิจัยแบ่งสตรีออกเป็นสามกลุ่ม โดยกลุ่มแรกออกกำลังกายวันละหกสิบนาที กลุ่มที่สองออกกำลังกายวันละสามสิบนาที และกลุ่มที่สามออกกำลังกายวันละไม่ถึงสามสิบนาที

นักวิจัย ไอ-หมิน ลีกล่าวว่ากลุ่มสตรีผู้ออกกำลังกาย วันละสามสิบนาทีหรือน้อยกว่านั้น มีแนวโน้มอย่างมากว่าน้ำหนักตัว จะเพิ่มมากกว่ากลุ่มที่ออกกำลังกายวันละหกสิบนาที ระหว่างการศึกษาวิจัย น้ำหนักตัวของสตรีที่เข้าร่วมเพิ่มขึ้นเฉลี่ยแล้ว 2.7 กิโลกรัม

นักวิจัยวิจัย ไอ-หมิน ลีและคณะพบว่า การออกกำลังกายมากขึ้น ไม่ได้ช่วยสตรีผู้มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานเลย เธอบอกว่าทันทีที่สตรีมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน หรือเป็นโรคอ้วนแล้ว การออกกำลังกายไม่ช่วยให้น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลง ในหมู่สตรีเหล่านี้

นักวิจัยไอ-หมิน ลีกล่าวไว้ตอนนี้ว่า “ในขณะที่ผลของการศึกษาวิจัยของเราบ่งชี้ว่า การออกกำลังกายอาจจะยังไม่พอ สำหรับการรักษาน้ำหนักตัวให้คงเดิม แต่สตรีผู้อ้วนมากๆ ควรออกกำลังกายต่อไปเพื่อลดความเสี่ยง ที่จะเป็นโรคเรื้อรังหลายชนิดรวมทั้งโรคหัวใจ โรคมะเร็งบางชนิด และโรคเบาหวานชนิดสอง

นักวิจัยกล่าวว่า ในขณะที่การออกกำลังกายช่วยป้องกันโรค แต่วิธีเดียวที่ช่วยให้สตรีที่อ้วนมากๆ สามารถลดน้ำหนักตัวได้นั้นก็คือ การลดปริมาณแคโลรีที่รับประทานเข้าไปนั้นลง

สำหรับคุณผู้ฟังที่สนใจ รายงานข้างต้นนี้ลงพิมพ์ อยู่ในวารสารแพทยสมาคมแห่งอเมริกา


เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG