ลิ้งค์เชื่อมต่อ

หลายประเทศมองหาแหล่งพลังงานทางเลือก ที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม


หลายประเทศมองหาแหล่งพลังงานทางเลือก ที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม

หลายประเทศมองหาแหล่งพลังงานทางเลือก ที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม

หลายประเทศกำลังมองหาแหล่งพลังงานทางเลือก ซึ่งจะทำให้ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยพลังงานน้ำมันมากเหมือนแต่ก่อน และยังจะช่วยลดการปล่อยแก๊สที่ก่อให้เกิดมลภาวะได้ด้วย

ปัญหาอยู่ตรงที่การหาเงินมาใช้จ่ายในการดำเนินการเช่นนั้น โดยไม่ต้องอาศัยใช้เงินภาษีอากร บางประเทศในยุโรปมีโครงการที่ทำเช่นนั้นได้ และประเทศอื่นๆรวมทั้งสหรัฐกำลังพิจารณาว่า จะทำตามอย่างนั้นได้บ้างหรือไม่

การผลิตกระแสไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่ใช้กันอยู่ในอเมริกามาจากการเผาผลาญถ่านหิน แก๊สธรรมชาติ หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ มีไม่ถึงสี่เปอร์เซ็นต์ที่มาจากแหล่งพลังงานที่เกิดใหม่ได้ อย่างเช่นแสงอาทิตย์ และพลังลม

ส.ส. John McCoy จากรัฐวอชิงตันกล่าวว่า สหรัฐจะต้องเร่งรีบหาทางใช้แหล่งพลังงานเกิดใหม่ได้ให้มากขึ้น เพื่อจะได้เป็นอิสระจากเชื้อเพลิงประเภทสารอินทรีย์

ส.ส. McCoy ให้ความเห็นว่า วิธีที่ดีที่สุดที่จะทำเช่นนั้นได้ คือ รัฐบาลจะต้องให้การรับประกันแก่ผู้ผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานที่เกิดใหม่ได้นี้ โดยรัฐรับประกันว่า ถ้ามีผู้ผลิตไฟฟ้าในลักษณะนี้ขึ้นมา บริษัทผู้ขายไฟฟ้าในท้องถิ่นจะเป็นผู้รับซื้อ รวมทั้งยอมทำความตกลงระยะยาวในราคาซื้อที่คุ้มค่าการผลิต และให้ได้กำไรพอควร

โครงการที่มีสิ่งจูงใจให้อย่างนี้ เรียกว่า “Feed in Tariff” หรือภาษีในตัว มีการออกกฎหมายสนับสนุนโครงการในลักษณะนี้แล้วเมื่อไม่นานมานี้ในรัฐเวอร์ม้อนท์ แคลิฟอร์เนีย และโอเรกอน

และส.ส. McCoy ก็กำลังเตรียมร่างกฎหมายอย่างเดียวกันสำหรับทั้งประเทศเพื่อนำเสนอต่อรัฐสภาต่อไป

คุณ Christian Maas อธิบดีกรมสิ่งแวดล้อมของนคร Hamburg ในประเทศเยอรมนีบอกว่า นับตั้งแต่นำโครงการนี้ไปใช้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังลม จากชีวมวลสาร และจากแสงอาทิตย์เพิ่มมากขึ้น และยังมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นอีกนับแสน

แต่เจ้าหน้าที่ของ Hamburg ผู้นี้ยอมรับว่า ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานเกิดใหม่ได้นี้ค่อนข้างแพง โดยเฉพาะที่ผลิตจากแสงอาทิตย์ และผู้บริโภคเป็นผู้รับภาระราคาที่เพิ่มขึ้น

บริษัทผู้ขายไฟฟ้าในรัฐวอชิงตันไม่เห็นด้วยกับโครงการอย่างนี้ คุณ Dave Warren สมาชิกสมาคมสาธารณูปโภคเขตในรัฐวอชิงตันให้ความเห็นว่า ถ้านำโครงการนี้มาใช้ บริษัทผู้ขายไฟฟ้าจะถูกบังคับให้ซื้อไฟฟ้าที่ไม่ต้องการ และไม่ใช้พลังน้ำ ซึ่งถูกกว่ามากในการผลิตไฟฟ้า

คุณ Dave ยังให้ตัวเลขประมาณการไว้ด้วยว่า ถ้านำโครงการอย่างในเยอรมนีไปใช้ในรัฐวอชิงตันแล้ว แต่ละครอบครัวจะเสียค่าไฟในแต่ละเดือนเพิ่มขึ้นอย่างน้อย .03% จนถึง 15% ขึ้นอยู่กับว่า บริษัทผู้ขายไฟฟ้ามีลูกค้ามากน้อยแค่ไหน

ยังจะมีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้กันต่อไปอีกอย่างแน่นอน


เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG