ลิ้งค์เชื่อมต่อ

อะไรคือแรงขับดัน หรือแรงจูงใจ ให้คนเราทำสิ่งต่างๆ


อะไรคือแรงขับดัน หรือแรงจูงใจ ให้คนเราทำสิ่งต่างๆ

อะไรคือแรงขับดัน หรือแรงจูงใจ ให้คนเราทำสิ่งต่างๆ

คุณเคยสงสัยไหมว่า อะไรคือแรงกระตุ้นหรือแรงบันดาลใจ ให้คนเราอยากทำอะไรก็ตามที่ท้าทายในชีวิตและการทำงาน เงิน อำนาจ หรือชื่อเสียง? หรือมีปัจจัยอื่นๆ? ในหนังสือเล่มใหม่ชื่อ "Drive: the Surprising Truth about What Motivates Us" ของนักเขียน Daniel Pink มีคำตอบในเชิงวิทยาศาสตร์ที่ท้าทายแนวคิดเดิมๆ ว่าอะไรกันแน่คือแรงขับดันให้เราทำสิ่งต่างๆ และทำไมเราถึงต้องทำในสิ่งที่กำลังทำอยู่

ในหนังสือ "Drive: the Surprising Truth about What Motivates Us" หรือความจริงที่น่าแปลกใจว่าอะไรที่ขับดันคนเรา ผู้เขียน Daniel Pink ระบุถึงความแตกต่างของการสร้างแรงจูงใจในที่ทำงานในมุมมองของวิทยาศาสตร์ กับมุมมองของบรรดาผู้นำทางธูรกิจ นักเขียนผู้นี้ชี้ว่า ปัจจุบันองค์กรธุรกิจส่วนใหญ่ ใช้วิธีให้รางวัลตอบแทนแก่พนักงานที่ทำดี และลงโทษพนักงานที่ทำไม่ดี ซึ่งคุณ Pink บอกว่าวิธีดังกล่าว เป็นการสร้างแรงกระตุ้นภายนอกที่จะใช้ได้ผลในสถานการณ์หรือการทำงานแบบที่ต้องตรงตามตารางที่จัดไว้ เป็นงานธรรมดาที่ต้องทำทุกวัน เช่นงานประกอบชิ้นส่วนสินค้าในโรงงานหรืองานบรรจุหีบห่อสินค้า แต่สำหรับงานที่ต้องการการสร้างสรรค์ ต้องใช้ความคิดที่สลับซับซ้อนยิ่งไปกว่านั้น เช่นงานออกแบบหรืองานเขียน นายจ้างควรใช้วิธีการที่แตกต่างออกไป คุณ Pink เรียกวิธีการนี้ว่า การสร้างแรงจูงใจจากภายในหรือแรงจูงใจตามธรรมชาติ

นักเขียนผู้นี้อธิบายว่า แรงจูงใจจากภายในนั้น กระตุ้นให้เราอยากทำสิ่งที่ชอบอย่างแท้จริง เช่นเล่นดนตรีเพราะอยากเล่นจริงๆ ไม่ใช่เพราะต้องการสิ่งตอบแทน แรงจูงใจหรือแรงกระตุ้นภายในสามารถแยกได้เป็น 2 แบบ หนึ่งคือ ความเป็นอิสระหรือการกำหนดทิศทางชีวิตด้วยตนเอง สองคือความเชี่ยวชาญหรือความต้องการ อย่างแท้จริงที่จะทำอะไรให้ดีกว่าเดิม และสามคือ จุดมุ่งหมาย ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นให้เราทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ มีความหมายมากกว่าแค่การทำเพื่อตัวเอง

แบบที่หนึ่งคือความเป็นอิสระนั้น นักเขียน Daniel Pink ระบุว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาควบคู่กับประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ทำให้เกิดการขบถ และไม่ยอมศิโรราบแม้รู้ดีว่าจะมีอันตรายถึงตัว เป็นแรงขับดันให้มนุษย์ทำสิ่งที่ตนเองอยากทำ และเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดงานที่ยิ่งใหญ่มากมายในประวัติศาสตร์

คุณ Pink บอกว่า ทั้งงานศิลปะ ดนตรี ประติมากรรม และการคิดค้นทางเทคโนโลยีที่สำคัญของโลก ล้วนเกิดขึ้นจากแรงขับดัน ให้เกิดการสร้างสรรค์เพื่อแสดงตัวตน และความเป็นอัจฉริยะออกมาทั้งสิ้นนะครับ สำหรับแบบที่ 2 คือความเชี่ยวชาญ และต้องการสร้างความก้าวหน้าในสิ่งที่ทำอยู่นั้น นักเขียนผู้นี้อ้างอิงงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ดว่า สิ่งที่สร้างแรงจูงใจในการทำงานมากที่สุดก็คือความก้าวหน้า และวันที่ทุกคนรู้สึกว่ามีส่วนร่วมกับงานมากที่สุด มีแรงกระตุ้นสูงสุด จะเป็นวันที่เกิดความก้าวหน้าในงานนั้นมากที่สุดเช่นกัน

สิ่งที่นักเขียนผู้นี้บอกว่าสำคัญอย่างยิ่งก็คือ หัวหน้างานควรพยายามช่วยให้ลูกน้องเห็นความก้าวหน้าของตนเองในวันนี้ และร่วมชื่นชมกับความก้าวหน้านั้น เพื่อให้เกิดความเจริญรุดหน้าในวันต่อๆไป และเหนือไปกว่าความก้าวหน้าก็คือแรงจูงใจจากภายในแบบที่ 3 การทำตามเป้าหมายให้สำเร็จนั่นเอง

คุณ Pink เชื่อว่าเมื่อมีเป้าหมาย คนเราจะทำงานต่างๆ ได้ดีขึ้น ไม่ว่างานนั้นจะเล็กหรือใหญ่ สำคัญแค่ไหนในสายตาคนอื่น แค่เพียงมีความตั้งใจว่า งานที่ทำจะสามารถสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นไม่มากก็น้อย แรงขับดันจากภายใน จะช่วยให้เราทำงานนั้นได้ดียิ่งขึ้น ผู้เขียนหนังสือ Drive เล่มนี้กล่าวส่งท้ายว่า ในภาวะเศรษฐกิจที่ต้องแข่งขันกันอย่างดุเดือดเช่นทุกวันนี้ บางทีการที่ผู้บริหารองค์กรต่างๆจะลองทบทวน ว่า อะไรกันแน่คือแรงขับดันที่แท้จริง มาจากภายในหรือภายนอก ซึ่งอาจช่วยให้เข้าใจถึงความต้องการจริงๆ ของพนักงาน จนนำไปสู่ความก้าวหน้าและความสำเร็จตามเป้าหมายได้ในที่สุด



XS
SM
MD
LG