ลิ้งค์เชื่อมต่อ

นักวิทยาศาสตร์พบโมเลกุล ที่อาจสะกัดกั้นการแพร่เชื้อไวรัส HIV ได้


คณะนักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานวิจัยเรื่องเชื้อไวรัส HIV ที่ทำให้เป็นโรคเอดส์ เปิดเผยว่า ได้พบโมเลกุลที่อาจสะกัดกั้นการแพร่เชื้อไวรัสนี้ได้

ถ้าเป็นจริง ความหวังที่จะมีครีมใช้ทาเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ HIV อาจจะเป็นความจริงขึ้นมาได้

นักวิทยาศาสตร์รู้มานานแล้วว่า เมื่อเชื้อไวรัส HIV เข้าไปในร่างกายของคนเราได้แล้ว ก็จะแสวงหาที่ยึดเกาะ เชื้อ HIV ที่ผสมเข้ากับโปรทีนธรรมชาติในน้ำกาม ซึ่งเรียกชื่อว่า SEVI สามารถแพร่เชื้อออกไปอย่างได้ผลมากกว่าปกติถึง 100 เท่า ช่วยให้เชื้อ HIV เกาะติดแซลล์เม็ดเลือดขาวได้ดีขึ้น และทำลายระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ของผู้ที่ติดเชื้อพร้อมกันไปด้วย

แต่นักวิจัยค้นพบโมเลกุล ที่สามารถสะกัดกั้นมิให้เชื้อไวรัส HIV หาที่เกาะยึดได้ อย่างน้อยก็ในหลอดแก้วในห้องทดลอง นักวิจัย Warner Greene ผู้อำนวยการสถาบัน Gladstone ที่ทำงานทางด้านไวรัสวิทยา และระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ที่นครแซน แฟรนซิสโค ในรัฐแคลิฟอร์เนีย อธิบายว่า โมเลกุลเล็กๆ ที่พบ มีชื่อเรียกว่า Surfen และสามารถสะกัดกั้นมิให้โปรทีน SEVI ผูกเชื่อมเข้ากับเชื้อ HIV ได้ เป็นการขัดวัฏจักรของการแพร่เชื้อ

นักวิจัย Warner Greene บอกว่า โมเลกุล Surfen ซึ่งมีผู้พบเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1939 มีคุณสมบัติต่อต้านอาการอักเสบและเชื้อแบคทีเรีย และว่า Surfen ป้องกันการติดเชื้อได้ โดยผูกตัวเข้ากับทั้งเชื้อไวรัส HIV ที่ทำให้เป็นโรคเอดส์ และแซลล์เม็ดเลือดที่ HIV ตั้งเป้าจะเข้าไปยึดเกาะด้วย

ในช่วงหลายปีมานี้ ความพยายามที่จะค้นคว้า และผลิตครีมและแจลขึ้นมาใช้ทา ก่อนการร่วมเพศ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ HIV ไม่ประสบความสำเร็จ แต่ผู้อำนวยการสถาบัน Gladstone หวังว่า Surfen จะแก้ปัญหานี้

นักวิทยาศาสตร์ผู้นี้เปรียบเทียบสมรรถนะของ Surfen ที่สะกัดกั้นทั้งเชื้อไวรัส HIV และโปรทีน SEVI กับการใช้ยาต้านเอดส์หลายขนานร่วมกัน ซึ่งพิสูจน์มาแล้วว่าได้ผล

บทความที่อธิบายคุณสมบัติของ Surfen ของคณะนักวิจัยชุดนี้ มีให้อ่านในวารสาร Biological Chemistry ฉบับล่าสุด


เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG