ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิค ใกล้จะให้การบำบัดผู้ติดเชื้อ HIV ได้อย่างเต็มที่แล้ว


เจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์การสหประชาชาติ ด้านโรค AIDS กล่าวว่า ภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิค ใกล้จะให้การบำบัดผู้ติดเชื้อ HIV ได้อย่างเต็มที่แล้ว แต่เตือนว่า ปัญหาการเข้าถึงพื้นที่ห่างไกลในจีน และอินเดีย และความติดขัดขาดตอนของโครงการด้านโรค AIDS ในปากีสถาน และอัฟกานิสถาน ยังทำให้คนหลายล้านคนตกอยู่ในภาวะเสี่ยง

Prasada Rao ผู้อำนวยการโครงการ UN AIDS ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค ซึ่งกำลังจะพ้นวาระการดำรงตำแหน่งกล่าวว่า ภายใน 3 ปี ภาคพื้นส่วนนี้ จะชนะการต่อสู้ปราบปรามการแพร่ระบาดของโรค AIDS

Prasada Rao ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการ UN AIDS ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิคในเวลา 5 ปีที่ผ่านมา กล่าวว่า โครงการบำบัดรักษาที่ขยายขอบเขตการดำเนินงาน กำลังโต้กลับการแพร่ระบาดของโรค AIDS ได้ผล และว่าภายในปี 2558 ซึ่งเป็นเป้าหมายการพัฒนาในรอบสหัสวรรษ ในการหยุดยั้งและโต้กลับโรคระบาดนี้ ประเทศส่วนใหญ่ในแถบเอเชียแปซิฟิค จะอยู่ในสถานภาพที่จะกล่าวได้ว่า เราจะสามารถหยุดยั้ง และโต้กลับโรคระบาดนี้ได้

การบำบัดรักษาในประเทศไทย และกัมพูชาบรรลุเป้าหมายเกือบ 90 % และในอินเดียผู้ป่วยราว 50 % ไดรับการบำบัด แต่ในจีน ผู้ป่วยที่ได้รับการบำบัดมีราว 30 % และในพม่า ราว 35 %

ในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น อัตราการติดเชื้อ HIV ตั้งแต่ปี 2544 ลดลงมากกว่า 10 % เนื่องจากการขยายโครงการป้องกันและการบำบัด แต่ในภาคพิ้นส่วนนี้ยังมีผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS อยู่อีกราว 4 ล้าน 7 แสนคน และมีผู้ติดเชื้อใหม่อีกปีละราว 350,000 คน

แต่ผู้อำนวยการโครงการ UN AIDS ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิคยอมรับว่า ยังมีปัญหาน่าวิตก โดยเฉพาะ ปัญหาในการขยายโครงการต่อต้านเอดสในพื้นที่ห่างไกลใน จีน อินเดีย และอินโดนีเซีย

ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา จำนวนคนติดเชื้อในจังหวัดปาปัวนิวกินีของอินโดนีเซีย และในรัฐอิสระนิวกินี สูงขึ้นอย่างมาก องค์การสหประชาชาติคาดการณ์ว่า ภายในปี 2555 คนในปาปัวนิวกินีราว 5 % หรือมากกว่า 208,000 คนจะติดเชื้อ HIV ปัญหาท้าทายที่สุดคือ โครงการบำบัดเข้าไปได้ไม่ทั่วถึง และปัญหาการดำเนินงานในระบบบริบาลสุขภาพเอง

ส่วนปัญหาอื่นๆ ที่โครงการนี้ประสบอยู่นั้น รวมทั้ง การสู้รบในอัฟกานิสถานและปากีสถาน ซึ่งเป็นสิ่งขวางกั้นการเข้าถึงพื้นที่ห่างไกล แต่ผู้อำนวยการโครงการ UN AIDS เอเชียแปซิฟิค ผู้กำลังจะพ้นจากตำแหน่งกล่าวว่า องค์การสหประชาชาติสามารถทำงานในที่อื่นๆ ในปากีสถานได้ โดยไดัรับความสนับสนุนของรัฐบาลกลาง และฝ่ายบริหารส่วนท้องถิ่น


เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG