ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ดูไบ ร้องขอเลื่อนระยะเวลาการชำระหนี้มูลค่า 6 หมื่นล้านดอลล่าร์ต่อบรรดาเจ้าหนี้


เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกลดต่ำลงมาก ซึ่งเป็นผลมาจากการที่นครดูไบได้ร้องขอไปยังบรรดาเจ้าหนี้ว่า ขอเลื่อนระยะเวลาการชำระหนี้มูลค่า 6 หมื่นล้านดอลล่าร์ออกไป

การประกาศดังกล่าว ก่อให้เกิดความหวั่นเกรงว่า อาจเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตการณ์การเงินโลกรอบที่ 2 ดังที่เกิดขึ้นในสหรัฐเมื่อปีที่แล้ว

นครดูไบ เมืองท่าที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นที่น่าอิจฉาของหลายๆ เมืองในตะวันออกกลาง เมืองที่มีตึกสูงที่สุดในโลก เกาะที่สร้างจากมือมนุษย์ลานสกีในร่ม และสวรรค์กลางทะเลทรายของใครหลายๆ คน กำลังประสบปัญหาการเงินอย่างหนัก สืบเนื่องจากวิกฤตการเงินและภาวะถดถอยของเศรษฐกิจโลกในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ตกต่ำลงราว 50% เมื่อปีที่แล้ว มีการปลดพนักงานจำนวนมหาศาล โครงการก่อสร้างต่างๆ ถูกยกเลิก และการสูญเสียแรงงานมีฝีมือชาวต่างชาติจำนวนมาก

เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว ความไม่มั่นใจต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ ที่กำลังซวนเซในนครดูไบได้สั่นคลอนตลาดหุ้นทั่วโลกอีกครั้ง หลังจากที่บริษัทเพื่อการลงทุน ของรัฐบาลสหอาหรับเอมิเรตส์ Dubai World ได้ร้องขอไปยังบรรดาเจ้าหนี้ ขอเลื่อนเวลาการชำระหนี้มูลค่า 6 หมื่นล้านดอลล่าร์ออกไปอีก 6 เดือน ซึ่งการประกาศของบริษัท Dubai World ครั้งนี้ คุณ Kamel Wazne นักเศรษฐศาสตร์แห่ง American University ในกรุง Beirut ให้ความเห็นว่า เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลกและไม่ใช่เรื่องแปลกในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ พร้อมทั้งเตือนให้ระวังหากมีการตอบสนองมากจนเกินไป

อย่างไรก็ตาม ดัชนีหุ้นสำคัญๆ ในยุโรปทั้ง อังกฤษ ฝรั่งเศสและเยอรมันนี ต่างปรับตัวลดลงมากกว่า 3% ในการซื้อขายเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ก่อนที่จะฟื้นตัวเล็กน้อยเมื่อช่วงก่อนปิดตลาด หลังจากที่นักวิเคราะห์ชี้ว่า การประกาศครั้งนี้อาจไม่ส่งผลกระทบรุนแรง ในระยะยาวต่อธนาคารในยุโรปและสหรัฐ ดังที่เกิดขึ้นกับวิกฤตการเงินอเมริกาเมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากเจ้าหนี้รายใหญ่ของบริษัท Dubai World นั้น คือธนาคารในดูไบเอง

แต่ที่เอเชียนั้น ดัชนีหุ้นสำคัญต่างๆ ในฮ่องกงและเกาหลีใต้ร่วงลงไปเกือบ 5% ในขณะที่ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐอ่อนตัวลงไป อยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 14 ปีเมื่อเทียบกับค่าเงินเยนของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผลมาจากนักลงทุน พากันเทขายเงินสกุลดอลล่าร์แล้วหันไปถือเงินสกุลอื่น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น Hirohisa Fujii บอกว่าเหตุการณ์ที่เงินเยนมีค่าสูงขึ้นมากครั้งนี้ถือเป็นเรื่องผิดปกติ และเป็นปรากฎการณ์ด้านเดียว พร้อมทั้งสัญญาว่าจะใช้มาตรการที่เหมาะสมหากจำเป็น โดยการที่เงินเยนแข็งค่าขึ้นนี้ ส่งผลให้สินค้าส่งออกญี่ปุ่นมีราคาสูงขึ้นในตลาดโลก ในขณะเดียวกัน เกิดความกังวลต่อความสามารถของนครดูไบ ในการชำระหนี้ดังกล่าว ว่าอาจเป็นจุดเริ่มต้นของปฏิกิริยาลูกโซ่ลุกลามไปทั่วโลก และอาจทำให้ธนาคารต่างๆ ไม่กล้าปล่อยเงินกู้รอบใหม่ ซึ่งจะยิ่งส่งผลให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยิ่งช้าลงก็เป็นได้


เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG