ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ประวัติความเป็นมา และประเพณีปฏิบัติของเทศกาล Thanks Giving


วันขอบคุณพระเจ้า หรือ Thanksgiving Day เป็นวันหนึ่งในรอบปีที่คนอเมริกัน ต้องรับประทานอาหารที่ไม่ถูกปาก และต้องพบหน้าญาติโกโหตุที่ไม่อยากเห็นกันมาตลอดปี คำคมติดตลกของคุณ Vincent Donato ชาวนิวยอร์คขนานแท้และดั้งเดิม ที่ร่วมฉลองวันขอบคุณพระเจ้า กับครอบครัวในนครนิวยอร์คมาหลายสิบทศวรรษแล้ว

คุณวินเซ้นต์บอกว่า วันขอบคุณพระเจ้าเป็นวันที่คนอเมริกัน เดินทางไปรวมญาติกัน บ่อยครั้งกว่าวันอื่นๆ อเมริกา เป็นประเทศกว้างใหญ่ ซึ่งถ้าวัดจากนครนิวยอร์ค ไปทางตะวันตกถึงนครแซนแฟรนซิสโก ก็ตกเข้าไปกว่า 4,800 กิโลเมตร คนอเมริกันเอง มักย้ายภูมิลำเนาจากบ้านเกิด ไปตั้งถิ่นฐานต่างเมืองต่างมลรัฐ เพื่อไปเรียนหนังสือหรือทำงาน พอถึงวันขอบคุณพระเจ้า ซึ่งตรงกับวันพฤหัสบดีที่สี่ในเดือนพฤศจิกายน นอกจากจะพยายามเดินทางกลับบ้านเกิดแล้ว ที่ทำการรัฐบาลและบริษัทเอกชนต่างๆ ส่วนมาก จะหยุดทำการกันทั้งวันพฤหัสบดี และวันศุกร์ กว่าจะไปเปิดทำการกันอีกครั้งก็ในวันจันทร์ถัดมา

คุณวินเซ้นต์ ซึ่งจบปริญญาโทสาขาประวัติศาสตร์อเมริกัน เล่าประวัติวันขอบคุณพระเจ้าว่า เริ่มต้นขึ้นมาจากคณะนักจาริกแสวงบุญที่เรียกกันว่า พวก pilgrims นิกายศาสนาบริสุทธิ์ หรือ Puritanismออกเดินทางจากอังกฤษ โดยเรือ Mayflower มาตั้งถิ่นฐานในบริเวณที่ปัจจุบันเป็นเมือง Plymouth มลรัฐ Massachusetts ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 17 หรือเมื่อเกือบ 400 ปีมาแล้ว

ในฤดูใบไม้ร่วงปีรุ่งขึ้น หลังจากที่รอดชีวิตจากความอดอยาก โรคภัยไข้เจ็บและอากาศหนาวเย็นในดินแดนใหม่มาได้ครบ 1 ปี

หลังเก็บเกี่ยวพืชผลแล้ว พวกพิลกริมส์เลยจัดให้มีงานเลี้ยงฉลองขอบคุณพระเจ้า โดยได้เชิญชาวอินเดียนแดงพื้นเมือง มาร่วมด้วย เนื่องจากว่า ชาวอินเดียนแดง เป็นผู้สอนพวกพิลกริมส์ ให้เพาะปลูกข้าวโพดและพืชผลพื้นเมืองอื่นๆ ไว้เป็นอาหารประทังชีวิต

งานเลี้ยงครั้งนั้น ประกอบไปด้วย ไก่งวงป่า เป็ด ห่าน ปลาค้อด และกวาง ไก่งวง จึงกลายมาเป็นอาหารสัญลักษณ์ของวันขอบคุณพระเจ้า มาจนทุกวันนี้

แต่ในชั้นแรกนั้น วันขอบคุณพระเจ้า ไม่ได้เป็นวันหยุดที่มีการฉลองกันทั่วประเทศ จนกระทั่ง นาง Sarah Josepha Hale บรรณาธิการ นิตยสารสตรี Godey's Lady's Book รณรงค์ต่อรัฐสภาสหรัฐ

ในพุทธศักราช 2406 ประธานาธิบดี ลินคอล์นเลยประกาศให้วันขอบคุณพระเจ้า เป็นวันหยุดทั่วประเทศสืบเนื่องมาจนทุกวันนี้

คุณวินเซ้นต์อธิบายว่า กิจกรรมตามประเพณี ประจำวันขอบคุณพระเจ้าที่ปฎิบัติกัน นอกจากจะต้องไปรวมญาติกันแล้ว ก็ได้แก่ การรับประทานไก่งวง ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า 5 กิโลกรัม พออบออกมา ก็เป็นอาหารจานยักษ์ แถมอากาศปลายเดือนพฤศจิกายน ก็มักหนาวเย็น เป็นปัจจัยที่ยิ่งทำให้ทั้งครอบครัว เจริญอาหารกันใหญ่ ทั้งๆ ที่คนส่วนมากมัก ออกปากว่า เนิ้อไก่งวงเอง ออกจะจืด ไม่ค่อยมีรสชาติ แต่ก็ได้ซ้อสข้นเกรวี่ และอาหารเคียงอื่นๆ มาช่วยชูรส เช่น เครื่องใส่ไส้ไก่งวง ซึ่งประกอบไปด้วย ขนมปัง เห็ด คึ่นช่ายฝรั่ง หอมใหญ่ และเครื่องเทศ นอกจากนั้นก็มีมันเทศอบ และซ้อสแครนเบรี่ ส่วนของหวานก็มักจะได้แก่ พายฟักทองหรือพายแอปเปิ้ล

คุณวินเซ้นต์เตือนว่า ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็ขออย่าออกเดินทางมาสหรัฐ ในช่วงหนึ่งวันก่อนวันขอบคุณพระเจ้า หรือในวันอาทิตย์ หลังช่วงวันหยุด 4 วันติดต่อกัน เนื่องจากเป็นช่วงที่ มีคน เดินทางกันแน่นขนัดที่สุดในรอบปี ทั้งทางเครื่องบิน รถไฟ และรถโดยสาร คล้ายวันสงกรานต์บ้านเรา

ปีนี้ื ยานยนต์สมาคมแห่งอเมริกา คาดการณ์ว่า คนอเมริกัน จำนวน 78 ล้านคน จะออกเดินทางไปเยี่ยมญาติ เป็นระยะทางไกลอย่างน้อย 80 กิโลเมตร

เพื่อจะได้ร่วมรับประทานไก่งวงกว่า 45 ล้านตัว ผลแครนเบรี่กว่าสามแสน เมตริคตัน และฟักทองอีกกว่าห้าแสนเมตริคตัน


เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG