ลิ้งค์เชื่อมต่อ

รายงานล่าสุดระบุว่า แผ่นน้ำแข็งที่กรีนแลนด์ กำลังละลายในอัตราที่เร็วกว่าเดิม


รายงานล่าสุดที่คำนวณข้อมูลจากดาวเทียม และลักษณะการเปลี่ยนแปลงทางภูมิทัศน์ของเกาะกรีนแลนด์ระบุว่า แผ่นน้ำแข็งที่กรีนแลนด์กำลังละลายในอัตราที่เร็วกว่าเดิม ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นผลกระทบจากภาวะโลกร้อน

รายงานฉบับใหม่ระบุว่าในช่วงเวลา 8 ปีตั้งแต่ปี 2000 จนถึงปีที่แล้ว แผ่นน้ำแข็งที่เกาะกรีนแลนด์หายไปราว 1 ล้านล้านกับอีก 5 แสนล้านตัน เป็นผลให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 0.46 มิลลิเมตร และในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อัตราการลดลงของแผ่นน้ำแข็งที่เกาะกรีนแลนด์เกิดเร็วขึ้นกว่าเดิมเนื่องจากภาวะโลกร้อน ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 0.75 มิลลิเมตร

เชื่อกันว่าตัวเลขดังกล่าว เป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือมากที่สุดในขณะนี้ เพราะเป็นข้อมูลที่ได้จากดาวเทียมปรับสภาพแรงโน้มถ่วง และทดสอบสภาพบรรยากาศที่เรียกว่า GRACE ประกอบกับข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ เกี่ยวกับลักษณะการเปลี่ยนแปลงทางภูมิทัศน์ของเกาะกรีนแลนด์ โดยดาวเทียม GRACE ตรวจจับได้ว่าแรงโน้มถ่วงของเกาะกรีนแลนด์ มีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากขนาดแผ่นน้ำแข็งลดลง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ได้นั้นมิได้บ่งบอกให้นักวิทยาศาสตร์ทราบว่า แผ่นน้ำแข็งลดลงเพราะสาเหตุใด ศาสตราจารย์ Michiel van den Broeke แห่งภาควิชาอุตุนิยมวิทยาขั้วโลกของมหาวิทยาลัย Utrecht ในเนเธอร์แลนด์ ระบุว่า ข้อมูลบางอย่างชี้ว่าระดับน้ำทะเลกำลังสูงขึ้น โดยเชื่อว่าเป็นเพราะธารน้ำแข็งที่แยกตัวออกไปได้ ก่อตัวขึ้นเป็นภูเขาน้ำแข็งกลางทะเล รวมทั้งการละลายของน้ำแข็งบนเกาะกรีนแลนด์ ซึ่ง 2 สาเหตุนี้มีส่วนสำคัญที่ทำให้แผ่นน้ำแข็งบนเกาะกรีนแลนด์ลดขนาดลงด้วย

ในขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่า หากแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ระดับน้ำทะเลทั่วโลกจะสูงขึ้นประมาณ 1 เมตรหรือมากกว่านั้นก่อนสิ้นศตวรรษนี้ และนั่นยิ่งเน้นย้ำความสำคัญของรายงานเรื่องแผ่นน้ำแข็งบนเกาะกรีนแลนด์ชิ้นนี้

ศาสตราจารย์ Steve Nerem แห่งมหาวิทยาลัยโคโลราโด้ วิทยาเขต Boulder กล่าวว่า แผ่นน้ำแข็งนั้นจะต้องละลายอย่างแน่นอนในอนาคต และหากแผ่นน้ำแข็งที่กรีนแลนด์ละลายทั้งเกาะ จะส่งผลให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้นถึง 7 เมตร แต่คำถามสำคัญก็คือจะละลายเร็วแค่ไหน และจะละลายมากแค่ไหนในช่วง 100 ปี 1,000 ปี หรือ 2,000 ปี

ศาสตราจารย์ Nerem บอกว่า หากระดับน้ำทะเลสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเป็นในช่วง 50 ปี จะเป็นเรื่องยากที่จะสร้างเขื่อนหรือสิ่งก่อสร้างอื่นๆ เพื่อป้องกันน้ำทะเลท่วม แต่หากการละลายใช้เวลาหลายร้อยปี ก็อาจจะนานพอที่จะอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ และหาวิธีรับมือ รายงานเรื่องนี้ตีพิมพ์อยู่ในวารสาร Science


เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG