ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ปัญหาราคาน้ำตาลโลก ที่เพิ่มขึ้นถึงระดับสูงสุดในรอบเกือบ 30 ปี


ราคาน้ำตาลโลกได้เพิ่มขึ้นถึงระดับสูงสุดในรอบเกือบ 30 ปี เนื่องจากผลผลิตอ้อยในอินเดียซึ่งเคยเป็นประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ลดลงไปมาก

ผู้สื่อข่าว Heda Bayron ส่งรายงานมาจากประเทศไทยเกี่ยวกับอนาคตที่ไม่ค่อยสดใสของอุตสาหกรรมน้ำตาลในอินเดีย และปัญหาท้าทายที่ประเทศอื่นๆ ในเอเชียกำลังเผชิญ

ผลผลิตอ้อยในอินเดียตกลงไปมาก เนื่องจากช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกษตรกรอินเดียหันไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ให้กำไรมากกว่า คาดว่าผลผลิตอ้อยของอินเดียในปีนี้ สิ้นสุดในเดือนกันยายนจะลดลงถึง 40% เหลือ 14 ล้าน 8 แสนตัน คุณ S L Jain ผอ.ใหญ่ของสมาคมโรงน้ำตาลอินเดียกล่าวว่า อุตสาหกรรมน้ำตาลอินเดียในปัจจุบัน กำลังเผชิญช่วงเวลาสำคัญที่อาจส่งผลให้สถานะความเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำตาลรายใหญ่ต้องยุติลง

คุณ S L Jain บอกว่าเวลานี้หากสามารถผลิตน้ำตาลได้เพียงพอ ตอบสนองความต้องการของประชากรอินเดียที่เพิ่มขึ้นทุกปีได้ ก็น่าพอใจแล้ว แต่ยังไม่เห็นหนทางว่า จะมีการส่งออกน้ำตาลจากอินเดียได้เลย

ปัจจุบัน ราว 36% ของผลผลิตน้ำตาลในตลาดโลก มาจากประเทศในเอเชีย ในขณะที่ภูมิอากาศอันเลวร้ายในประเทศผู้ปลูกอ้อยรายใหญ่ หลายประเทศเช่น บราซิล ประกอบกับการเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น ส่งผลให้ปริมาณน้ำตาลโลกขาดแคลน ราคาน้ำตาลจึงพุ่งทะยานไปอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 50 เซนต์หรือราว 17 บาทซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 28 ปี ประเทศอินเดียซึ่งเป็นผู้บริโภคน้ำตาลรายใหญ่ที่สุดในโลก ต้องนำเข้าน้ำตาลหลายล้านตันในปีนี้ และหากอินเดียหยุดการส่งออกน้ำตาลโดยถาวร อาจยิ่งส่งผลให้ราคาน้ำตาลโลกสูงขึ้นอีก

คุณ Jain บอกว่าสถานการณ์ในอินเดียยิ่งย่ำแย่ลง เมื่อรัฐบาลแทรกแซงราคาอ้อย โดยกำหนดราคาที่โรงน้ำตาล ต้องจ่ายให้แก่เกษตรกร และกำหนดราคาที่โรงน้ำตาลจะขายในแต่ละเดือน นอกจากนี้ยังกำหนดให้โรงน้ำตาลต้องขายผลผลิต 10% ในราคาถูกให้แก่คนยากจนด้วย

ผู้อำนวยการสมาคมโรงน้ำตาลอินเดียกล่าวว่า มีการทุจริตเกิดขึ้นมากมาย เกิดพ่อค้าคนกลางจำนวนมาก ซึ่งที่จริงแล้วรัฐบบาลควรกำหนดราคากลางเพียงราคาเดียว และหากรัฐบาลต้องการให้มี 2 ราคา รัฐบาลก็ควรเข้ามาจัดการตลาดน้ำตาลโดยตรงด้วยการจัดระบบที่เหมาะสม

อีกด้านหนึ่งที่ฟิลิปปินส์ รัฐบาลฟิลิปปินส์มิได้ใช้มาตรการ แทรกแซงราคาอ้อยหรือกำหนดโควต้าดังเช่นอินเดีย เพียงแต่ตั้งคณะกรรมการคอยดูแลตรวจสอบน้ำตาลสำรอง สำหรับบริโภคในประเทศเท่านั้น คุณอคีเมเดส อมาร่า ผู้อำนวยการบริหารของสมาคมโรงน้ำตาลฟิลิปปินส์กล่าวว่า ปีนี้ไม่มีปัหาขาดแคลนน้ำตาลในฟิลิปปินส์

คุณอมาร่าบอกว่า มีผลผลิตน้ำตาลส่วนเกินอยู่บ้าง แต่ฟิลิปปินส์ไม่ได้มุ่งเน้นที่การส่งออก เป้าหมายหลักคือการผลิตให้เพียงพอบริโภคในประเทศ อย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะรักษาระดับราคาน้ำตาลให้คงที่ จึงจำเป็นต้องมีการส่งออกผลผลิตส่วนเกิน โดยน้ำตาลส่วนใหญ่ของฟิลิปปินส์จะส่งออกไปยังสหรัฐ

ปัจจุบัน อุตสาหกรรมน้ำตาลฟิลิปปินส์กำลังเดินหน้า ผลิตให้ทันความต้องการน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นเพื่อนำไปใช้ผลิตเชื้อเพลิงเอธานอล ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า การที่เชื้อเพลิงเอธานอลกำลังได้รับความนิยมในเอเชีย จะส่งผลให้ราคาน้ำตาลสูงขึ้นอีก

ราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่สูงขึ้น ทำให้หลายคนกังวลว่า เทศกาลของชาวเอเชีย 2 เทศกาล คือเทศกาลสิ้นสุดเดือนรอมอฎอน และเทศกาลฉลองกลางฤดูใบไม้ผลิของจีน ซึ่งล้วนเป็นเทศกาลที่มีของหวานมากมายนั้น จะเป็นช่วงที่ราคาน้ำตาลยิ่งสูงขึ้น บรรดาผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ผู้บริโภคจะต้องควักเงินจ่ายค่าขนมหวานแพงขึ้นในช่วงเทศกาลดังกล่าวแน่นอน เว้นเสียแต่ว่าผลผลิตอ้อยในเอเชียจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทันตาเห็นในช่วงนี้



เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG