ลิ้งค์เชื่อมต่อ

วิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มาจากป่า อย่างร้ายแรง


รายงานฉบับใหม่ของคณะกรรมการฝ่ายเศรษฐกิจ ด้านยุโรปแห่งสหประชาชาติระบุว่า วิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจกระทบกระเทือนตลาดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ที่มาจากป่าอย่างร้ายแรง

และว่าวิกฤติการณ์การเคหะในสหรัฐ และยุโรปนั้น มีส่วนทำให้การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มาจากป่าลดลงไปมากที่สุดในหมู่ 56 ประเทศ ในย่านที่คณะกรรมการติดตามดูแลสอดส่อง

ป่าในโลกราวร้อยละ 42 อยู่ในภูมิภาคที่คณะกรรมการฝ่ายเศรษฐกิจด้านยุโรป แห่งสหประชาชาติติดตามดูแลสอดส่อง ย่านภูมิภาคดังกล่าวประกอบด้วย 56 ประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ในยุโรป อเมริกาเหนือ เอเชียกลางและประเทศอิสราเอล

ภูมิภาคที่ว่านี้เป็นผู้ผลิต ผู้ใช้ ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ทำจากไม้ และผลิตภัณฑ์กระดาษรายใหญ่ที่สุดของโลก ในปีพุทธศักราช 2549 ตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์เหล่านั้นทำสถิติสูงสุด

แต่คุณเอ็ด เปปเก้ ผู้ชำนาญพิเศษด้านการตลาด เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากป่าแห่งคณะกรรมการฝ่ายเศรษฐกิจด้านยุโรป แห่งสหประชาชาติรายงานว่าวิกฤติการณ์การเงิน

โลกทำให้การใช้ผลิตภัณฑ์จากป่าลดลง 8.5 เปอร์เซ็นต์เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งนับว่าลดลงอย่างฮวบฮาบที่สุด นับตั้งแต่เกิดวิกฤติการณ์น้ำมันเมื่อปีพุทธศักราช 2516 เป็นต้นมา

คุณ เอ็ด เปปเก้กล่าวไว้ตอนนี้ว่า "วิกฤติการณ์การเคหะที่เกิดในสหรัฐก่อน และต่อมาเกิดที่ยุโรปเป็นแห่งที่สอง คือต้นเหตุสำคัญที่สุด ที่ทำให้เกิดสภาพการณ์เช่นนั้น ทั้งนี้เพราะบ้านที่สร้างในสหรัฐอย่างเช่นเมื่อปีพุทธศักราช 2549คือเมื่อปีที่แล้วนี่เอง มีจำนวนเกือบสองล้านสองแสนหลัง การที่การก่อสร้างบ้านลดลงราว 75 เปอร์เซ็นต์ก็หมายถึงว่า อุปสงค์ด้านผลิตภัณฑ์ทำจากไม้และผลิตภัณฑ์กระดาษลดลงไปราว 75 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน"

รายงานตั้งข้อสังเกตว่า ย่านอเมริกาเหนือใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นน้อยลงมากที่สุด คือน้อยลงไปเกือบ 12.7 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาได้แก่ย่านยุโรป ซึ่งลดลงไปเกือบ 6 เปอร์เซ็นต์ แต่ทว่ารายงานนั้นระบุด้วยว่าประเทศในย่านเครือจักรภพแห่งรัฐอิสระ รวมทั้งรัสเซียด้วยใช้ผลิตภัณฑ์จากป่าเพิ่มขึ้นกว่าสามเปอร์เซ็นต์

บรรดาเศรษฐกรของสหประชาชาติกล่าวว่า การที่อุปสงค์ลดลงยังผลให้โรงเลื่อยปิดทำการ และมีการสูญเสียตำแหน่งงานทั่วย่านดังกล่าว แต่พวกเขาคิดว่าเครื่องบ่งชี้ในชั้นแรก ที่แสดงว่าการก่อสร้างบ้านในสหรัฐกลับคึกคักขึ้นใหม่ ทำให้เป็นลางดีสำหรับอุตสาหกรรมทำไม้

ข้อที่น่าสังเกตอีกเรื่องที่นับว่าส่อลางที่ดีเช่นกัน ก็คือรายงานพบว่าภาคพลังงานจากไม้นั้น

ไม่โดนวิกฤติการณ์เศรษฐกิจโลกคุกคามเลย รายงานระบุด้วยว่าอุปสงค์ด้านแหล่งพลังงานที่มีให้ใช้อย่างพอเพียงรวมทั้งไม้ชีวมวล ยังคงขยายตัวอย่างสม่ำเสมอทั้งนี้เพราะนโยบายส่งเสริมของรัฐบาลที่มีจุดมุ่งจะแก้ไขการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และการสร้างสรรค์ความมั่นคงด้านพลังงาน

คุณ เอ็ด เปปเก้ผู้ชำนาญพิเศษด้านการตลาด เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จากป่าแห่งสหประชาชาติกล่าวว่าขณะนี้มีการพุ่งความสนใจ ไปที่เรื่องการผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลจากพืชผล ที่ไม่นำมาใช้เป็นอาหาร มากกว่าจากพืชผลอย่างเช่นข้าวโพด หรือถั่วเหลืองซึ่งเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงมนุษย์และสัตว์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เขาคิดว่าไม้เป็นแหล่งทรัพยากรที่ดี สำหรับการใช้เชื้อเพลิงชีวมวล

รายงานฉบับนั้นคลุมถึงจีนด้วยทั้งๆ ที่จีนมิได้อยู่ในย่านที่คณะกรรมการฝ่ายเศรษฐกิจด้านยุโรปแห่งสหประชาชาติมีหน้าที่ติดตามดูแลสอดส่อง ทั้งนี้เพราะจีนเป็นผู้ส่งออกเครื่องตกแต่งบ้านเรือนรายใหญ่ที่สุดของโลกและยังเป็นประเทศที่นำเข้าวัสดุที่เป็นไม้ซึ่งยังไม่มีการแปรรูปรายใหญ่มากรายหนึ่งด้วย

รายงานกล่าวว่า ผลิตภัณฑ์จากป่า ที่จีนผลิตออกมานั้นสูงขึ้นกว่าเดิม 23 เปอร์เซ็นต์ในปีพุทธศักราช 2551 ทั้งนี้เพราะการขยายตัวของเศรษฐกิจ เป็นแรงขับดันและแผนการที่จีนจะลงทุนในภาคที่เกี่ยวกับป่าเป็นเงินหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ จีนดำเนินงานตามแผนการดังกล่าวก็เพราะรัฐบาลต้องการจะกระตุ้นอุปสงค์ภายในเมืองจีนนั่นเอง


เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG