ลิ้งค์เชื่อมต่อ

WHO คาด ประชากรราว 180 ล้านคนทั่วโลก ป่วยเป็นโรคเบาหวาน


องค์การอนามัยโลก หรือ W-H-O ประมาณว่า มีคนราวๆ 180 ล้านคนทั่วโลกที่เป็นโรคเบาหวาน และว่าจำนวนผู้ป่วยเป็นเบาหวานอาจเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในเวลา 20 ปีข้างหน้า

มีคนจำนวนมากที่ไม่รู้ตัวว่าเป็นเบาหวาน ประเภทที่สอง จนกระทั่งมีโรคอื่นแทรกซ้อน อย่างเช่น โรคเกี่ยวกับเส้นโลหิตที่หล่อเลี้ยงหัวใจ ตาหรือไตมีปัญหาเกิดขึ้น

นายแพทย์ David Nathan แห่งโรงพยาบาล Massachusetts General ในนครบอสตันกล่าวว่า คนเหล่านี้ แม้จะเป็นเบาหวาน แต่ก็ไม่รู้ตัว ไม่ได้รับการบำบัดรักษา และไม่สามารถป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเส้นโลหิต ตา หรือไตได้

วิธีตรวจเลือดสำหรับโรคเบาหวานที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ จะต้องมีการอดอาหารเป็นเวลาระหว่าง 8 ถึง 16 ชั่วโมง และเจาะเลือดไปตรวจอย่างน้อยสองครั้งหลังจากนั้น แต่การตรวจนี้เป็นการวัดระดับกลูโคสหรือน้ำตาลในเลือดของคนไข้ในเวลาที่เจาะเลือดออกไปเท่านั้น

นายแพทย์ Alvin Powers แห่งศูนย์การแพทย์ของมหาวิทยาลัย Vanderbilt ในรัฐเทนเนสซี่ กล่าวว่า มีปัจจัยอื่นๆที่สามารถส่งผลกระทบผลการตรวจที่ว่านี้ได้

นายแพทย์ผู้นี้กล่าวว่า การออกกำลังกาย อาหารที่รับประทานเข้าไป และสุขภาพของร่างกาย เช่น การเจ็บไข้ได้ป่วยที่เกิดขึ้นใกล้ๆกับการตรวจเลือด สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบระดับกลูโคสในเลือดได้ทั้งนั้น ซึ่งหมายความว่า จะต้องเจาะเลือดตรวจกันใหม่

ส่วนวิธีตรวจเลือดที่กำลังเรียกร้องให้นำมาใช้กันในขณะนี้ มีชื่อเรียกว่า A1c ซึ่งที่จริงก็เป็นวิธีตรวจเลือดที่ใช้กันมานานหลายปีแล้ว และที่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศจากองค์กรการแพทย์ใหญ่สามแห่งเสนอแนะให้นำมาใช้เป็นมาตรฐานแทนวิธีที่ถือปฏิบัติกันมาก็เพราะว่า ไม่ต้องมีการอดอาหาร ทำได้สะดวกง่ายดายกว่า และสามารถวัดระดับน้ำตาลในเลือดได้เป็นระยะเวลานานระหว่างงสองถึงสามเดือน

A1c วัดกลูโคสหรือน้ำตาลในเลือดที่เกาะติดกับ Hemoglobin หรือโปรทีนในเซลล์เม็ดโลหิตแดง จำนวนกลูโคสที่เกาะติดกับ Hemoglobin จะเป็นสัดส่วนของจำนวนกลูโคสทั้งหมดในตัวคนไข้นั้นๆ

นายแพทย์ David Nathan แห่งโรงพยาบาล Massachusetts General เชื่อว่า A1c วัดระดับน้ำตาลในเลือดได้แม่นยำมากกว่าวิธีเจาะเลือดตรวจที่ทำกันอยู่เวลานี้ และผู้เชี่ยวชาญโรคเบาหวานหลายคนให้ความเห็นไว้ด้วยว่า A1c อาจช่วยระบุโรคเบาหวานให้ได้เร็วขึ้น ก่อนที่จะสายเกินกว่าจะแก้ไขได้


XS
SM
MD
LG