ลิ้งค์เชื่อมต่อ

หนังสือสำคัญเกี่ยวกับโรคเบาหวาน ของเมโยคลีนิค


เมโยคลีนิคเป็นโรงพยาบาล และเป็นสถาบันวิจัยทางการแพทย์ ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกา และเมื่อไม่นานมานี้ สถาบันแห่งนี้ตีพิมพ์หนังสืออ้างอิง ซึ่งผู้ที่มีสุขภาพดีสามารถใช้เป็นคู่มือเล่มสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นโรคเบาหวาน หรือสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน จะใช้หนังสือเล่มนี้เป็นคู่มือสำหรับการดำรงชีวิต และควบคุมโรคนี้ได้

หนังสือเล่มนี้ชื่อ Mayo Clinic's Essential Diabetes Book หรือหนังสือสำคัญเกี่ยวกับโรคเบาหวานของเมโยคลีนิค นอกจากใช้เป็นคู่มือสำหรับคนที่เป็น และยังไม่เป็นเบาหวานแล้ว ยังตั้งใจจะให้ความรู้แก่ผู้คนทั่วไป และแก้ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับโรคนี้ด้วย อย่างเช่น ความเข้าใจที่ว่า รับประทานน้ำตาลมากเกินไป จะทำให้เป็นเบาหวานได้ ซึ่งที่จริงแล้ว เบาหวานเกี่ยวข้องกับการอ้วนเกินขนาด และสาเหตุของโรคสลับซับซ้อนทีเดียว

คุณหมอ Maria Collazo-Clavell ของเมโยคลีนิคบอกว่า เหตุผลสำคัญอันดับหนึ่ง ที่ทำให้เบาหวานกลายมาเป็นโรคที่ผู้คนเป็นจำนวนมากเป็นกัน รวมทั้งอาการก่อนจะเป็นเบาหวาน คือลักษณะการใช้ชีวิต หรือ Lifestyle ของคนสมัยนี้

คุณหมอเป็นบรรณาธิการหนังสือเล่มนี้ และยังเป็นผู้เชี่ยวชาญของเมโย ทางด้านการศึกษาเรื่องระบบต่อมไร้ท่อ การสันดาป และโรคเบาหวานด้วย

ตามตัวเลขที่ระบุไว้ในคู่มือเรื่องโรคเบาหวานเล่มนี้ นอกจากคนอเมริกัน 23.6 ล้านคน จะถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานแล้ว อีก 57 ล้านคนมีอาการก่อนเป็นเบาหวาน หมายถึงการมีน้ำตาลในเลือดสูง แต่ยังไม่สูงพอที่จะถูกวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวาน แต่กระนั้นก็ถือว่าเป็นอันตรายได้ เพราะอาจเริ่มทำความเสียหายให้กับหัวใจ และระบบการหมุนเวียนของโลหิตแล้วก็ได้

คุณหมอ Maria Collazo-Clavell ผู้เชี่ยวชาญโรคเบาหวานของเมโยคลีนิคบอกไว้ด้วยว่า ปัจจัยสำคัญอันหนึ่งสำหรับโรคร้ายนี้ คือชาติพันธุ์ คนเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกัน และคนจากอเมริกากลางและใต้ มีโอกาสที่จะเป็นเบาหวานประเภทสอง หรือเบาหวานที่เป็นเมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้ว มากกว่าคนอเมริกันผิวขาวหนึ่งเท่าครึ่ง ส่วนคนอเมริกันผิวขาว มีโอกาสจะเป็นเบาหวานที่เป็นตั้งแต่เด็ก หรือ เบาหวานประเภทหนึ่งมากกว่าคนเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกัน และคนจากอเมริกากลางและใต้

แพทย์ผู้นี้กล่าวว่า คนสมัยนี้อ้วนกว่า และไม่ใช้แรงงานมากเหมือนคนสมัยก่อน เพราะฉะนั้นจะต้องระมัดระวังเรื่องอาหารการกิน ออกกำลังกาย และคุมน้ำหนัก ถ้าไม่มีเวลาออกกำลังกายนานครึ่งชั่วโมงหรือสี่สิบนาที สี่ห้าครั้งต่อสัปดาห์ การออกกำลังที่ใช้เวลาน้อยกว่านั้นก็ได้ผล ขอให้ทำก็แล้วกัน

คุณหมอ Maria ของเมโยคลีนิคกล่าวว่า ไม่มีวันสายเกินไปที่จะเริ่มเอาใจใส่ และปกป้องสุขภาพของตนเอง ทำเร็วขึ้นแค่ไหน ก็หมายความว่าจะใช้ชีวิตได้ดีขึ้น มีขีดจำกัดน้อยลง ไม่ต้องเสี่ยงกับการสูญเสียแขนขา ไม่ต้องไปทำ Dialysis หรือการล้างโลหิต หรือเสี่ยงที่เกิดตาพิการขึ้น

แม้การค้นคว้าวิจัยที่อาศัยใช้แซลล์พื้นฐาน เพื่อบำบัดรักษาเบาหวานจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐชุดประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ซึ่งกลับกันกับนโยบายของรัฐบาลชุดก่อน คุณหมอ Maria บอกว่ายังต้องใช้เวลาอีกนาน ในขณะที่การควบคุมโรคด้วยการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต หรือ Lifestyle นั้นทำได้ในทันที และคู่มือเรื่องโรคเบาหวานของเมโยคลีนิค จะเป็นประโยชน์ได้มากทีเดียว


เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG