ลิ้งค์เชื่อมต่อ

สหประชาชาติ กำลังสอบสวนเรื่องเกี่ยวกับสถานคุมขังทั่วโลก


พนักงานสอบสวนเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กำลังสอบสวนเรื่องเกี่ยวกับสถานคุมขังลับทั่วโลกซึ่งจะดำเนินไปเป็นเวลาหนึ่งปี พวกเขาตั้งข้อสังเกตว่ามีการใช้สถานคุมขังลับมากขึ้น นับตั้งแต่มีการประกาศสงครามต่อต้านการก่อการร้ายทั่วโลก

หลังจากผู้ก่อการร้ายโจมตีในสหรัฐเมื่อวันที่ 11 เดือนกันยายน ปีพุทธศักราช 2544 เป็นต้นมา พนักงานสอบสวนกล่าวว่า จะสอบสวนเกี่ยวกับเรื่องเที่ยวบินลับ ขององค์การข่าวกรองกลางอเมริกัน หรือ ซีไอเอในสหรัฐ ซึ่งนำผู้ต้องสงสัยไปซักปากคำในประเทศที่สาม สหประชาชาติจะตรวจดูนโยบายเกี่ยวกับการคุมขังอย่างลับๆ ที่ชาติอื่นๆ ใช้กันรอบโลกนั้นด้วย

การที่บรรดาผู้ถูกคุมขังเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ที่ยากลำบากแสนสาหัส ที่พวกเขาประสพมานั้นทำให้วิธีการส่งนักโทษไปซักปากคำในประเทศที่สาม ซึ่งเป็นเรื่องที่ปกปิดเป็นความลับนั้นค่อยๆ ถูกเปิดเผยออกมา

พนักงานสอบสวนแห่งสหประชาชาติ เห็นพ้องกับคำบอกเล่าของผู้ถูกคุมขังเหล่านั้น พวกเขายืนยันว่าผู้ที่ถูกคุมขังตามสถานที่คุมขังลับเหล่านี้ โดนจงใจนำตัวไปไว้นอกการคุ้มครองของกฎหมาย และเสี่ยงอย่างสูงต่อการถูกทรมาน หรือการหายสาบสูญไปโดยปราศจากร่องรอย

พนักงานสอบสวนพิเศษเกี่ยวกับเรื่องการทรมานแห่งสหประชาชาติ แมนเฟร็ด โนแวค กล่าวว่า สถานคุมขังลับ การบังคับให้สูญหายไป และการทรมานนี้มีความเกี่ยวพันกันอย่างใกล้ชิด เขากล่าวเสริมว่าตามสถานคุมขังลับเหล่านี้ การเสี่ยงต่อการโดนทรมานมีสูงมากเป็นพิเศษ

คุณแมนเฟร็ด โนแวคกล่าวไว้ตอนนี้ว่า "เราพบเรื่องนี้ในประเทศทางละติน อเมริกาหลายแห่ง และตามประเทศที่มีการใช้วิธีบังคับ ให้หายสาบสูญไปด้วย อันเป็นการต่อสู้กับการก่อการร้ายแบบหนึ่ง การที่เรื่องสถานคุมขังลับ กลายเป็นเรื่องที่เราสนใจเป็นอันดับแรก ซึ่งเกี่ยวกับพฤติกรรมขององค์การ ซี ไอ เอ นี้ไม่ใช่ของใหม่ ในยุคหลังจากมีการประกาศสงครามต่อการก่อการร้ายแล้ว แต่มีเรื่องที่ซับซ้อนมากกว่านั้นอีก"

สหประชาชาติจะสอบสวนเกี่ยวกับเที่ยวบินลับ ขององค์การ ซี ไอ เอ ที่ลอบส่งตัวผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อการร้ายไปซักปากคำในแอฟริกาเหนือ และตะวันออกกลางเป็นสำคัญ คุณ แมนเฟร็ด โนแวค วิพากษ์ตำหนิการใช้วิธีการที่ละเมิดกฎหมายนี้อย่างแพร่หลายในสมัยรัฐบาลชุดประธานาธิบดีบุช

พนักงานสอบสวนเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน แห่งสหประชาชาติ ชมเชยเรื่องที่ประธานาธิบดี บารัค โอบามาให้คำมั่นว่า จะปิดสถานคุมขังที่อ่าวกวนตานาโม และเลิกการใช้วิธีทรมานและการลอบนำตัวบุคคลไปซักปากคำ แต่พวกเขาจะไม่ยอมให้เรื่องนั้น ผ่านไปโดยที่ท่านประธานาธิบดีไม่ได้ตอบคำถามที่สำคัญจำนวนหนึ่ง และให้การกระทำที่น่าตำหนิติเตียนบางอย่างยุติลง

ส่วนสมาชิกรัฐสภาปากีสถาน ซานาอุลล่าห์ บัลโลช ชมเชยการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่ แต่เขาอยากให้ผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติ ขยายการสอบสวนโดยให้คลุมประเทศอย่างเช่นปากีสถานด้วยทั้งนี้ เพราะคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย ที่ดูแลด้านปากีสถานระบุว่ามีศูนย์การคุมขังผิดกฎหมาย 52 แห่งในปากีสถานนั่นเอง

พนักงานสอบสวนแห่งสหประชาชาติเห็นพ้องว่า การทรมานตามสถานคุมขังลับ เพื่อเค้นเอาข่าวสารอาจเป็นเรื่องมีประโยชน์ แต่ข่าวสารที่เค้นมาได้นั้นบ่อยครั้งทีเดียว เป็นข่าวสารที่ผิดๆ และอาจลงเอยด้วยการไม่ได้ประโยชน์อะไร

พวกเขาตั้งข้อสังเกตว่าไม่ว่าข่าวสารที่ได้รับจะดีเลวแค่ไหน แต่การทรมานไม่ว่าจะทำในสภาวการณ์ใด เป็นเรื่องที่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศอย่างแน่นอน

บรรดาผู้เชี่ยวชาญคาดหมายว่า การสอบสวนเกี่ยวกับสถานคุมขังลับในโลก เป็นเวลาหนึ่งปีคงจะทำให้ทราบว่าเรื่องข้างต้นมีมากแค่ไหน และปฏิบัติงานกันอย่างไร?

พวกเขายอมรับว่า คงจะไม่สามารถป้องกันเรื่องแบบนั้น มิให้เกิดขึ้นอีกในอนาคตได้ แต่หวังว่าผลการสอบสวนคงจะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น


เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG