ลิ้งค์เชื่อมต่อ

โจรสลัดโจมตี จี้เรือต่างๆ ในบริเวณอ่าวเอเดน นอกฝั่งโซมาเลียมากขึ้น


สำนักงานกิจการทางทะเลระหว่างประเทศ International Maritime Bureau หรือ ไอเอ็มบี ซึ่งติดตามร่องรอยการก่ออาชญากรรมในทะเลหลวง ระบุว่า น่านน้ำนอกชายฝั่งโซมาเลียรวมถึงอ่าวเอเดน เป็นบริเวณที่อันตรายที่สุดในโลกสำหรับการเดินเรือระหว่างประเทศ

สำนักงาน International Maritime Bureau หรือไอเอ็มบีซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงลอนดอน รายงานว่าเฉพาะปีนี้มีการโจมตีเรือที่นอกชายฝั่งโซมาเลียกว่า 90 ครั้ง และมีประมาณ 40 ครั้งที่จี้เรือไปควบคุมไว้ได้ ผู้เชี่ยวชาญความปลอดภัยทางทะเล กล่าวว่า เรือที่ถูกจี้ปล้นมีนานาชนิด ตั้งแต่เรือสินค้าทั้งเล็กและใหญ่ ไปถึงเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ อย่างเรือซิริอุส สตาร์ ซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบ 2 ล้านบาร์เรล อีกทั้งเรือท่องเที่ยวและเรือบรรทุกเคมีภัณฑ์

คุณพอตเทนกัล มุกกุนดัน ผู้อำนวยการ IMB บรรยายวิธีที่พวกโจรสลัดจี้ปล้นเรือว่า โจรสลัดจะออกปฏิบัติการจากเรือแม่ ในอ่าวเอเดนหรือนอกชายฝั่งตะวันออกของโซมาเลีย โดยจะเฝ้ารอเรือที่ดูง่ายต่อการโจมตี เมื่อเห็นเป้าหมายก็จะส่งเรือเร็ว 1 หรือ 2 ลำ แต่ละลำมีโจรสลัดราว 4-5 คนพร้อมอาวุธปืนอัตโนมัติ และในบางครั้งก็มีเครื่องยิงระเบิดขับเคลื่อนด้วยจรวดหรือที่เรียกย่อๆ ว่าอาร์พีจี โจรสลัดจะขับเรือเข้าจู่โจมจากคนละทิศ แล้วระดมยิงไปที่สะพานเดินเรือ เพื่อพยายามทำให้เรือแล่นช้าลงหรือหยุด หลังจากนั้นก็จะบุกขึ้นไปยึดเรือ และนำไปจอดทอดสมออยู่ที่ฐานโจรสลัดนอกชายฝั่งตะวันออกของโซมาเลีย เพื่อต่อรองเรียกค่าไถ่ ซึ่งอาจใช้เวลา 6 สัปดาห์ บางครั้งก็ 2 เดือนหรือมากกว่านั้น

นักวิเคราะห์กล่าวว่าพวกโจรสลัดไม่สนใจสินค้าบนเรือ แต่ต้องการเพียงเงินค่าไถ่ราวลำละ 1 ล้านถึง 2 ล้านดอลลาร์ การโจมตีของโจรสลัดที่มีมากขึ้น ในน่านน้ำโซมาเลียและการจ่ายเงินค่าไถ่ ทำให้เบี้ยประกันของบริษัทเดินเรือสูงขึ้น บางบริษัทหลีกเลี่ยงเดินเรือผ่านอ่าวเอเดน และคลองสุเอซ และหันไปใช้เส้นทางผ่านแอฟริกาใต้ซึ่งไกลกว่า

คุณโคล้ด เบอริวบี นักวิเคราะห์ บอกว่า ปัญหาคือเส้นทางที่ยาวขึ้นประมาณ 9,600 กิโลเมตร ทำให้ต้องเสียเวลาเดินทางเพิ่มขึ้น 2-3 สัปดาห์ และเพิ่มต้นทุนค่าใช้จ่าย ซึ่งแต่ละวันจะต้องใช้เงินถึง 1 หมื่นดอลลาร์ ในการดูแลรักษาเรือระหว่างเดินทะเล ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมาก ขณะนี้เรือท่องเที่ยวเริ่มได้รับผลกระทบบ้างแล้ว

ในระยะ 2-3 ปีมานี้ ประชาคมระหว่างประเทศ พยายามต่อสู้กับโจรสลัด โดยจัดส่งเรือรบออกลาดตระเวณรักษาความปลอดภัยในบริเวณดังกล่าว เรือรบเหล่านี้มีทั้งขององค์การนาโต สหภาพยุโรป รัสเซียและอินเดีย และเมื่อต้นเดือนนี้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ มีมติให้อำนาจประเทศต่างๆ ดำเนินมาตรการที่จำเป็นรวมถึงการใช้กำลังต่อสู้ปราบปรามโจรสลัด แต่นักวิเคราะห์เตือนว่าการดำเนินงานของนานาชาติตอนนี้ ยังไม่เพียงพอที่จะลาดตระเวนอาณาเขตนอกชายฝั่งโซมาเลียได้อย่างทั่วถึง

นักวิเคราะห์บางคน แนะให้ประชาคมระหว่างประเทศ จะต้องเข้าแทรกแซงบนผืนแผ่นดินโซมาเลีย และโจมตีฐานปฏิบัติการของโจรสลัดบนฝั่งโซมาเลีย ขณะที่บางคนมองว่า ประชาคมระหว่างประเทศ ยังไม่พร้อมเข้าปะทะโดยตรงกับโจรสลัดไม่ว่าทางบกหรือทางทะเล

พันเอกราล์ฟ ปีเตอร์ นายทหารนอกราชการของกองทัพบกสหรัฐ กล่าวว่า มีเรื่องที่จะต้องคำนึงถึงหลากหลายประเด็น เช่นเรื่องกฏหมาย ตลอดจนความวิตกเรื่องความปลอดภัยของลูกเรือที่ถูกจับเป็นตัวประกัน เพราะโจรสลัดอาจทำร้ายลูกเรือหากมีการส่งเจ้าหน้าที่จู่โจมขึ้นไปบนเรือ

ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากเห็นว่า บริษัทเดินเรือควรหยุดจ่ายค่าไถ่ ถึงแม้จะทำให้ต้องสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน เพราะการจ่ายค่าไถ่เป็นเงินมากมายมหาศาล จะยิ่งทำให้โจรสลัดได้ใจและกล้าโจมตีเรือมากขึ้น

แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ เชื่อว่า การปราบปรามโจรสลัด จะได้ผลถ้าหากประชาคมนานาชาติจัดการที่รากเหง้าของปัญหานี้ นั่นคือที่ประเทศโซมาเลียไม่มีรัฐบาลกลางที่มีประสิทธิภาพมาตั้งแต่ปี 2534 แล้ว

ผู้อำนวยการ International Maritime Bureau กล่าวว่า โซมาเลียเป็นประเทศที่ล้มเหลว ไม่มีรัฐบาลแห่งชาติจึงไม่มีโครงสร้างการบังคับใช้กฏหมาย ขณะนี้โซมาเลียถูกควบคุมด้วยกลุ่มพลพรรค ที่ควบคุมพื้นที่หลายส่วนตามชายฝั่ง บางกลุ่มเห็นว่าโจรสลัดคือแหล่งรายได้ที่หลั่งไหลมาไม่ขาดสาย จึงส่งเสริมและปกป้องโจรสลัด

นักวิเคราะห์กล่าวว่า จนถึงขณะนี้มีเพียงไม่กี่ประเทศ ที่แสดงความสนใจว่าจะจัดการปัญหาการเมืองในโซมาเลีย ถ้าเรื่องนี้ไม่ได้รับการแก้ไข ปัญหาโจรสลัดนอกชายฝั่งโซมาเลียก็จะลุกลามจนยากที่จะควบคุมได้

เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG