ลิ้งค์เชื่อมต่อ

ประวัติความเป็นมาของเทศกาล Halloween


วันฮาลโลวีน ซึ่งตรงกับวันที่ 31 ตุลาคม เป็นวันฝรั่งปล่อยผี ที่เป็นเทศกาลที่เด็กอเมริกัน ลุกขึ้นมาแต่งตัวเป็นตัวละครรูปร่างต่างๆ ทั้งตลกทั้งน่าเกลียดน่ากลัว แล้วออกไปเคาะตามประตูเพื่อนบ้าน เพื่อขอขนม พอเจ้าของบ้านมาเปิดประตู เด็กๆ ก็จะพร้อมใจกันร้องว่า trick or treat!

โดยที่ trick แปลว่า การเล่นแกล้ง และ treat แปลว่าขนม ซึ่งก็หมายความว่า ถ้าเจ้าของบ้านไม่ยอมแจกขนม เด็กๆ ก็จะเล่นแกล้ง ด้วยการเอาสบู่ หรือครีมโกนหนวดมาทาหน้าต่างบ้านหรือหน้าต่างรถ ในส่วนของเจ้าของบ้านเอง พอใกล้วันฮาลโลวีน แต่ละบ้านก็จะลุกขึ้นมาแต่งบ้านให้เหมือนเป็นบ้านผีสิงบ้าง ปราสาทร้างบ้าง ให้ดูน่ากลัว พร้อมทั้งนำฟักทองที่สลักเป็นรูปหน้าคน ที่เรียกว่า Jack o'Lantern มาวางไว้หน้าบ้าน และจุดเทียนไว้ข้างในให้เป็นแสงวับๆ แวมๆ สร้างบรรยากาศให้หน้ากลัวสมเป็นวันฝรั่งปล่อยผี

คุณวนิดา สตีกัลล์ ชาวนครอ๊อสติน มลรัฐเท็กซัสปีนี้ ฉลองวันฮาลโลวีนด้วยการไปร่วมเต้นการกุศลเป็นตัวผีดิบในเพลง Thriller ของ Michael Jackson เพื่อทำลายสถิติโลก และรณรงค์รับบริจาคอาหารเข้าธนาคารอาหารในนครอ๊อสติน นอกจากนั้น ในค่ำวันฮาลโลวีน คุณวนิดา จะร่วมสนุกด้วยการผสมผสานการเมือง ไปกับเรื่องการปล่อยผี ด้วยการแต่งตัวเป็นซาร่า เพลิ่น

วันฮาลโลวีน มีต้นกำเนิดมาจากประเพณีโบราณของชาวเคล์ถ ที่เคยมีถิ่นฐานอยู่ในไอร์แลนด์ อังกฤษและตอนเหนือของฝรั่งเศส เมื่อกว่า 2000 ปีมาแล้ว ตามประวัติเล่าว่า ชาวเคลถ์ ถือว่าวันที่ 1 พฤศจิกายนของทุกปีเป็นวันขึ้นปีใหม่ เนื่องจากว่า เป็นช่วงสิ้นสุดฤดูร้อนและการเก็บเกี่ยวพืชผล และเป็นช่วงเริ่มต้นของฤดูหนาวที่อากาศมืดมิดและหนาวเย็นและเป็นช่วงแห่งความตาย เพราะฉะนั้น ในวันสิ้นปี คือวันที่ 31 ตุลาคมจึงเป็นช่วงวันต่อ ระหว่างโลกของชีวิตและโลกแห่งความตาย และเป็นวันที่วิญญาณและภูติผีปีศาจลุกขึ้นมาท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ ในโลก เพื่อจะหาร่างของคนเป็นๆ มาเข้าสิง

ในคืนวันที่ 31 ตุลาคม ชาวเคลถ์ เลยลุกขึ้นมาจุดกองไฟ และแต่งตัวเป็นรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวต่างๆ เพื่อจะกันไม่ให้ภูติผีปีศาจมาจับตัวไป ต่อมาในช่วงต้นคริสต์กาล ชาวโรมันเข้าครอบครองพวกเคลถ์ และนำประเพณีโรมันโบราณ 2 ประเพณี มาผสมผสานเข้ากับประเพณีของชาวเคลถ์ คือประเพณีวันส่งวิญญาณของผู้เสียชีวิตในแต่ละปี และประเพณีเทพธิดาโพโมน่า ซึ่งเป็นเทพธิดาแห่งต้นไม้และผลไม้

ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 7 พระสันตปาปาบอนนิเฟซที่สี่ กำหนดให้วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นวันรำลึกถึงนักบุญในศาสนาคริสต์ ที่เรียกว่า All Saint's Day หรือ Hallowmas วันที่ 31 ตุลาคมซึ่งเป็นวันสุกดิบก่อนหน้าวัน Hallowmas จึงกลายเป็นวันรำลึกถึงผู้เสียชีวิต ที่เรียกว่า All Hallow's Eve ซึ่งกลายมาเป็นวัน Halloween ชาวไอริชซึ่งสืบเชื้อสายมาจากชาวเคลถ์ นำประเพณีการฉลองวัน ฮาลโลวีน มายังสหรัฐ เมื่อชาวไอริช ต้องอพยพหนีฉาตกภัยเนื่องจากมันฝรั่งขาดแคลนมาตั้งถิ่นฐานในสหรัฐเมื่อกว่า หนึ่งร้อยหกสิบกว่าปีก่อน

เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG