ลิ้งค์เชื่อมต่อ

กลุ่มคะแนนเสียงที่คาดเดาได้ยาก หรือ Swing Vote


มีกลุ่มคะแนนเสียงกลุ่มหนึ่งซึ่งคาดเดายากเหลือเกินว่าจะสนับสนุนผู้สมัครของพรรคไหน กลุ่มคะแนนเสียงที่ว่านี้เรียกกันว่า Swing Vote คือเป็นกลุ่มที่อาจจะลงคะแนนเสียงให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ โดยที่นักวิเคราะห์ไม่สามารถจะคาดการณ์ล่วงหน้าได้

หลังจากการเลือกตั้งขั้นต้น หรือ “ไพรมารี่ โวท” ที่รัฐนิวแฮมเช่อร์ ซึ่งเพิ่งผ่านไปเมื่อ วันที่ 8 มกรา คม ในส่วนของพรรคเดโมแครต นางฮิลลารี่ คลินตัน วุฒิสมาชิกจากรัฐนิวยอร์ค กลับพลิกมาชนะนายบารัค โอบาม่า วุฒิสมาชิกจากรัฐอิลลินอยส์ ทำให้เกิดความตื่นตัวสนใจในเรื่องพลังคะแนนเสียงของสตรีสหรัฐฯ กันมากขึ้น

พลังจากคะแนนเสียงของสตรีกว่าร้อยละ 46 ทำให้นางฮิลลารี่ คลินตันวุฒิสมาชิกจากรัฐนิวยอร์ค ได้ชัยชนะในการเลือกตั้งขั้นต้น หรือ “ไพรมารี่ โวท” ที่รัฐนิวแฮมเช่อร์เมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา แต่นักวิเคราะห์ก็เตือนว่า พลังเสียงสตรีไม่ใช่ คะแนนเสียงที่คาดเดาได้ โดยจากผลสำรวจพบว่า ผู้ลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งขั้นต้นในรัฐไอโอว่า และนิวแฮมเช่อร์ เกินกว่าครึ่งเป็นผู้หญิง โดยในส่วนของพรรคเดโมแครต ที่รัฐไอโอว่า สาวโสดชื่นชอบ นายบารัค โอบาม่า ส่วนในรัฐนิวแฮมเช่อร์
หญิงสูงวัยจะเทคะแนนเสียงไปให้นางฮิลลารี่ คลินตัน

นักวิเคราะห์บางคนบอกว่า คะแนนเสียงสตรีในรัฐไอโอว่า ได้เบนเข็มความนิยมจากนางฮิลลารี่ คลินตัน ไปเป็นนายบารัค โอบาม่า แต่นายแฟรงค์ นิวพอร์ท หัวหน้าหน่วยสำรวจความคิดเห็นกัลอัพ โพล จากเมืองพรินซ์ตัน จากรัฐนิวเจอร์ซี่ บอกว่า เสียงของสตรีเป็นคะแนนเสียงที่มีความหลากหลายและคาดเดาได้ยาก

“คะแนนเสียงสตรีบางทีก็มีความสำคัญกว่าเสียงของผู้ชาย เพราะมีประชากรหญิงมากกว่า และยังเป็นเสียงกลุ่มใหญ่ แต่ก็ไม่ทราบว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีผู้หญิงกลุ่มไหนบ้าง และจะมีความสำ คัญกว่าการการเลือกตั้งครั้งอื่นๆหรือไม่ แต่ผู้หญิงอเมริกันสมัยนี้ก็มีความแตกต่างกัน เสียงของสตรีคาดเดายาก เพราะมีผู้หญิงมากถึง 100 ล้านคน ซึ่งถ้าจะหวังว่าทุกคนจะลงคะแนนเหมือนกันก็คงไม่ได้ กลุ่มผู้หญิงแต่งงานแล้วที่เคร่งศาสนา มีแนวโน้มที่จะเลือกพรรครีพับลิกัน ขณะที่สาวโสดที่ไม่เคร่งศาสนานัก มีแนวโน้มที่จะเลือกพรรคเดโมแครต”

กลุ่มคะแนนเสียงสตรีในอเมริกา มีทั้งกลุ่มผู้หญิงแต่งงานแล้ว ผู้หญิงทำงาน และเป็นแม่ที่เลี้ยงลูกคนเดียว ด้วยเงินสวัสดิการสังคม แม่หม้าย ผู้หญิงโสด ผู้หญิงที่หย่าขาดจากสามี และกลุ่มสตรีรักเพศเดียวกัน โดยแต่ละกลุ่มก็มีความต้องการที่แตกต่างกัน และนักวิเคราะห์บอกว่าผู้หญิงส่วนใหญ่จะสนับสนุนนักการเมืองตามนโยบายที่เขาจะทำให้มากกว่าการเลือกตามเพศของผู้สมัคร นอกจากนี้ นายจอห์น ฟอร์ทเทียร์ นักวิเคราะห์การเมืองจากสถาบันอเมริกันเอนเทอร์ไพร์ทส์ เพื่อการวิจัยนโยบายสาธารณะ ในวอชิงตันบอกว่า ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกหลายอย่างที่มีส่วนต่อการตัด สินใจเลือกด้วย

“คะแนนเสียงของผู้หญิงสำหรับพรรคเดโมแครต มีความสำคัญมากกว่าคะแนนเสียงของผู้ชาย และสำหรับพรรครีพลับลิกัน คะแนนเสียงของพรรคนี้จะเป็นชายมากกว่าหญิงเล็กน้อย แต่ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วมีแนวโน้มที่จะเลือกพรรครีพลับลิกันมากกว่า”

นอกจากนี้ สถานภาพการสมรส และวัยของผู้ลงคะแนนหญิง ยังมีผลต่อการตัดสินใจเลือกด้วย อย่างไรก็ตาม คะแนนเสียงของผู้หญิงก็มีความสำคัญต่อพรรคเดโมแครตมาก เพราะจากประวัติ ศาสตร์การเลือกตั้งสหรัฐฯ 25 ปีที่ผ่านมา เมื่อครั้งที่ประธานาธิบดี บิล คลินตัน เป็นผู้ชนะการเลือก ตั้งในทศวรรษที่ 1990 ได้ก็เพราะผู้หญิงได้ลงคะแนนเสียงให้พรรคเดโมแครตในอัตราที่สูงกว่าผู้ ชายมาก และในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปีนี้ คาดกันว่ากลุ่มผู้หญิงที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งประ ธานาธิบดีในปี 2004 จะออกมาใช้สิทธิ์กันในปีนี้ โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ต่างพยากรณ์เป็นเสียงเดียวกันว่า กลุ่มผู้หญิงจะเป็นกลุ่มพลังเงียบสำคัญ ที่คาดเดาได้ยากในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 4 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้


เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG