ลิ้งค์เชื่อมต่อ

การฟ้องร้องคดีไม่สำคัญ หรือคดีหยุมหยิมต่างๆ ในสหรัฐ


เวลานี้ในวงการกฎหมายสหรัฐกำลังมีการถกเถียงเกี่ยวกับการฟ้องร้องคดีไม่สำคัญต่างๆที่มีจำนวนมากมายมหาศาลทั่วประเทศ คดีหยุมหยิมที่ว่านี้คือคดีที่ใครก็ตามฟ้องร้องต่อศาลเพื่อเรียกเงินค่าเสียหายในกรณีที่รู้สึกว่าตนเองเสียหายหรือบาดเจ็บเนื่องจากความประมาทเลินเล่อไม่ระมัดระวังของอีกฝ่ายหนึ่ง

บางครั้งคนที่ชนะคดีได้รับเงินค่าเสียหายจากคู่กรณีหลายพันดอลล่าร์ หรือบางที่อาจเป็นล้านดอลล่าร์เลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้ คดีไม่สำคัญประเภทที่ไม่มีมูล หรือกรณีที่ไม่สมควรกลายเป็นคดีฟ้องร้อง กลับมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนักกฎหมายบางคนบอกว่าคดีไร้สาระเหล่านั้นมักจะเกิดจากความโลภของโจทก์มากกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง

Steve Hantler ผู้เชี่ยวชาญด้านการปฏิรูปกฎหมายชาวอเมริกันยกตัวอย่างเรื่องที่ไม่สมควรกลายเป็นคดีฟ้องร้องที่เพิ่งเกิดขึ้นในกรุงวอชิงตันไม่นานมานี้และเป็นข่าวดังไปทั่วโลก เมื่อชายผู้หนึ่งฟ้องเรียกค่าเสียหายจำนวน 54 ล้านเหรียญต่อศาลว่าร้านซักอบรีดข้างบ้านทำกางเกงของเขาหาย และทำให้เขาเจ็บปวดรวดร้าวทางใจอย่างรุนแรง เนื่องจากร้านซักอบรีดที่ว่านี้มีป้ายประกาศติดอยู่หน้าร้านว่า รับประกันความพอใจ หลังจากการต่อสู้ในศาลเป็นระยะเวลา 2 ปี ผลปรากฏว่าศาลสั่งไม่ฟ้องร้านซักรีด อย่างไรก็ตาม กว่าคดีจะจบ สามีภรรยาชาวเกาหลีเจ้าของร้านซักรีดก็เกือบหมดตัว เพราะต้องจ่ายค่าทนายไปหลายแสนดอลล่าร์ระหว่างการฟ้องร้อง คุณ Steve Hantler บอกว่าปัจจุบันคดีลักษณะนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นมาก และทำให้วิถีชีวิตของคนอเมริกันเปลี่ยนแปลงไป เวลานี้ในหลายๆรัฐนั้น ตามพื้นที่สาธารณะมีคำสั่งห้ามเด็กๆเล่นกิจกรรมหลายอย่าง เช่น ห้ามเล่นสโนว์บอร์ดลงมาจากเนินเขา หรือแม้กระทั่งมีการถอดกระดานกระโดดน้ำออกจากสระว่ายน้ำชุมชนเพราะกลัวถูกฟ้องร้องหากเด็กๆได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ นักปฏิรูปกฎหมายผู้นี้ยังบอกอีกว่า คดีหยุมหยิมต่างๆยังก่อให้เกิดผลกระทบทางลบต่อธุรกิจขนาดย่อมและการจ้างงานทั่วอเมริกา

คุณ Steve Hantler ให้ความเห็นว่าคดีไร้สาระในอเมริกาเป็นตัวการทำลายธุรกิจต่างๆอย่างเงียบๆ ตัวอย่างเช่นศูนย์บริการลูกค้าแห่งหนึ่งในรัฐมิชิแกนถูกลูกค้าฟ้องเป็นเงิน 10 ล้านดอลล่าร์ เนื่องจากมีกลิ่นน้ำหอมที่ไม่พึงประสงค์ ทำให้หลายบริษัทตัดสินใจไปตั้งศูนย์บริการลูกค้าทางโทรศัพท์ในต่างประเทศที่ระบบกฎหมายไม่เหมือนในสหรัฐ อย่างไรก็ตาม นักกฎหมายบางคนเชื่อว่าคำกล่าวหานั้นกล่าวเกินจริง

Bill Schulz ที่ปรึกษากฎหมายจากสำนักทนายความ American Association for Justice กล่าวว่าคดีฟ้องร้องที่มีมูลนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะนอกจากเงินชดเชยที่ผู้เสียหายจะได้รับแล้วยังถือเป็นกระบวนการยับยั้งป้องกันการกระทำผิดอีกด้วย การฟ้องร้องจะทำให้เกิดการลงทุนเพื่อพัฒนาความปลอดภัยของสินค้าและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำธุรกิจของบริษัทต่างๆซึ่งล้วนเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ และคุณ Schulz ยังเชื่ออีกว่าคดีส่วนใหญ่ในสหรัฐนั้นเป็นคดีที่มีมูล สมเหตุสมผลตามกฎหมาย ไม่ใช่คดีไร้สาระแต่อย่างใด

แต่ในอีกด้านหนึ่งนั้น นักกฎหมายหลายคนรวมทั้งคุณ Steve Hantler ยังคงเรียกร้องให้เกิดการปฏิรูประบบกฎหมายเพื่อลดจำนวนคดีที่ไม่สมควรฟ้องร้อง เช่น ควรให้มีการจำกัดเงินค่าเสียหายที่ฝ่ายแพ้คดีต้องจ่าย นักกฎหมายกลุ่มนี้บอกว่าหากคนที่จะฟ้องเห็นว่าเงินค่าเสียหายที่จะได้มีจำนวนไม่มากนัก ก็จะล้มเลิกความตั้งใจไปเองครับ อย่างไรก็ตาม คุณ Bill Schulz ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า ตามปกติระบบยุติธรรมจะมีกลไกที่ตรวจสอบความต้องการที่ไม่สมเหตุสมผลอยู่แล้ว และที่ปรึกษาด้านกฎหมายผู้นี้ขอร้องว่าอย่านำคดีบางคดีมาใช้เป็นตัวอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงระบบทั้งระบบ

คุณ Schulz บอกว่า ในความเป็นจริงนั้นระบบยุติธรรมมีขึ้นเพื่อรับรองว่าใครก็ตามที่ได้รับความเสียหายหรือบาดเจ็บจากความประมาทเลินเล่อหรือการกระทำผิดใดๆ มีโอกาสได้รับความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมผ่านทางกฎหมาย และว่าคณะลูกขุนมีความสามารถเพียงพอในการตัดสินว่าคดีใดสมเหตุสมผลและคดีใดมีมูลไม่มีมูล นอกจากนี้ คุณ Schulz ยังบอกอีกว่า ในขณะที่การปฏิรูปกฎหมายอาจป้องกันการฟ้องร้องคดีหยุมหยิมไร้สาระได้ แต่ก็อาจเป็นการปฏิเสธสิทธิการฟ้องร้องทางกฎหมายของคนอเมริกันซึ่งเป็นสิทธิที่สมควรได้รับการปกป้องตามหลักรัฐธรรมนูญเช่นกัน

เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG