ลิ้งค์เชื่อมต่อ

กลุ่มอาเซียนเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 40 ปี


ในงานฉลองครบรอบ 40 ปีของกลุ่มอาเซียน มีเอกอัครราชทูต และเจ้าหน้าที่จากสถานทูตต่างๆ จาก 10 ชาติสมาชิกมาร่วมงานด้วย มีการตัดเค้กและรับประทานอาหารกลางวันเป็นการเฉลิมฉลอง

คุณสุโข ภิรมย์นาม เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงอิสลามาบัด ซึ่งเป็นประธานกลุ่มเอกอัครราชทูตของชาติสมาชิกอาเซียน บอกกับวีโอเอภาคภาษาไทยถึงบทบาทและความสำคัญของกลุ่มอาเซียนในปัจจุบันว่า อาเซียนถือเป็นองค์กรที่มีความสำคัญมากสำหรับสมาชิกทั้งสิบประเทศ เป็นองค์กรซึ่งเสริมสร้างความสัมพันธ์ของหมู่สมาชิกให้มีความเป็นปึกแผ่นเดียวกัน มีความร่วมมือร่วมใจกันในการที่จะพัฒนาประเทศของตนเอง และพัฒนาภูมิภาคให้ไปสู่ความทันสมัย มีเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง และว่าสิ่งที่มุ่งหวังต่อไปในอนาคตคือ การจัดตั้งอาเซียนให้เป็นประชาคมอาเซียน และจะมีอาเซียนชาเตอร์ที่เป็นธรรมนูญ คอยกำกับดูแลการดำเนินการต่างๆ ให้เป็นไปตามกฏเกณฑ์ตามระเบียบ ซึ่งขณะนี้ได้ร่างเสร็จแล้วโดยคณะกรรมการระดับสูง และจะนำไปพิจารณาในการประชุม Asean Summit ที่สิงค์โปร์ในเดือนพฤศจิกายนปีนี้

คุณราอูล เรวิตัฟ ทูตทหารฟิลิปปินส์ประจำกรุงอิสลามาบัดกล่าวว่าถึงแม้ว่าอาเซียนจะพยายามมุ่งเป้าไปที่การยกระดับของกลุ่มให้เทียบเท่ากับกลุ่มอียู และสิ่งที่อาเซียนจะมุ่งรักษาไว้คือการอะลุ้มอะหล่วยแบบอาเซียน ที่ถูกหลายๆ กลุ่มวิจารณ์มาตลอดว่าเป็นแค่เสือกระดาษ

ทูตทหารชาวฟิลิปปินส์ผู้นี้บอกว่ากลุ่มอาเซียนยึดการทำงานแบบคนเอเชียเพราะไม่ใช่ประเทศตะวันตก กลุ่มอาเซียนเน้นความละเอียดอ่อนด้านวัฒนธรรม และใส่ใจต่อความรู้สึกของผู้อื่น จึงเลี่ยงการแก้ปัญหาด้วยการเผชิญหน้า และว่านี่คือเอกลักษณ์ของอาเซียนซึ่งแตกต่างจากกลุ่มระดับภูมิภาคกลุ่มอื่นๆ

กลุ่มอาเซียนเกิดขึ้นในห้วงของสงครามเย็น และตลอด 40 ปีที่ผ่านมาก็เติบโตจากจำนวนสมาชิกแค่ 5 ชาติจนกลายมาเป็นสิบชาติย่างปัจจุบัน ซึ่งได้แก่บรูไน มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงค์โปร์ ฟิลิปปินส์ ไทย เวียตนาม กัมพูชา ลาว และพม่า นอกจากการขายสมาชิกภาพในกลุ่มอาเซียนแล้วยังมีการพัฒนาความสัมพันธ์ด้านต่างๆ กับนานาชาตินอกภูมิภาคซึ่งรวมทั้งปากีสถานด้วย

ปากีสถานเข้าเป็นสมาชิกของ ARF เมื่อสามปีที่แล้ว โดยเน้นเรื่องความร่วมมือด้านการปราบปรามการก่อการร้ายกับกลุ่มอาเซียนเป็นประเด็นสำคัญ

เกี่ยวข้อง

XS
SM
MD
LG